by neananok on Sun Jun 14, 2009 2:26 pm
บทที่ 1 ความประทับใจตั้งแต่แรกเจอ...(เหรอ?)
ญรินดา เอื้อมอมร หรือหวาน หญิงสาววัย 22 ปี ผู้เป็นเจ้าของผิวขาวนวลเนียน และใบหน้าที่สวยได้รูป ปากนิด จมูกหน่อยอย่างคนน่ารัก ยืนนิ่งพิงลิฟต์ของตึกที่กำลังเคลื่อนที่ไปยังชั้นที่เป็นเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ลิฟต์ดังขึ้นซึ่งแสดงถึงว่าได้ถึงชั้นที่เธอต้องการแล้วนั้น ร่างบางก็คว้ากระเป๋าเดินทางใบย่อม พร้อมกับก้าวออกจากลิฟต์ ก่อนจะเหลือบมองไปทางป้ายบอกที่อยู่ของห้องต่างๆ ทันที
‘1475 - 1480’
ทันทีที่เธอเจอป้ายที่บอกถึงที่อยู่ของห้อง ญรินดาก็ไม่ลังเลที่ก้าวไปตามทิศทางของป้ายในทันที ก่อนที่เธอจะมองหาห้องหมาย ‘1478’ ไปเรื่อยๆ ตลอดทางการเดิน
‘ทำไมห้อง1480 มาอยู่ตรงข้ามกับห้อง1479 แทนที่จะเป็นห้อง1478นะ?’
ญรินดาถามตัวเองในใจ เมื่อเห็นว่าห้อง1480ที่ควรอยู่ในสุดกลับมาอยู่ด้านนอกเสียแทน แล้วเมื่อเธอไปจนสุดท้ายก็พบทางเลี้ยวเข้าไปในทางเล็กๆ ที่ไม่ลึกมากนัก แล้วเธอก็พบจุดหมายปลายทาง
ป้ายหมายเลขห้องที่แขวนอยู่ทำให้หญิงสาวกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ ก่อนเรียวขาระหงจะออกตัวก้าวเดินเข้าไปหาประตูไม้เรียบง่ายที่แขวนหมายเลข1478 ในทันที
เอี๊ยด เอี๊ยด... “อะ...อ๊ะ...อา....”
เสียงครางกับเสียงเร่งเร้าของบุคคลข้างในทำให้ญรินดาเดาได้ไม่ยากนักว่าเป็นเสียงของเพศใด แต่ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ในห้องนี้แล้วกำลังทำอะไรกันแน่
เธอไม่รอให้ความสงสัยของเธอค้างคา มือบางบิดลูกบิดประตูอย่างเบามือ ก่อนจะแนบดวงตาคู่สวยเข้าไปมองให้ช่องเล็กๆ ระหว่างบานประตู ภาพที่เธอพบก็สร้างความตกใจไม่น้อยให้แก่เธอ เสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวิ่งเข้ามาในหูเธอชัดเจนมากขึ้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง มองชายหญิงสองคนบนเตียงที่ไม่ต้องบอกเธอก็พอรู้ว่าทำอะไรอยู่
“ใกล้...ใกล้ถึงแล้ว...อะ...” เสียงของหญิงสาวร่างอวบอัดที่อยู่ใต้ร่างหนาหวีดร้องสุดเสียง ก่อนการเคลื่อนไหวทั้งหมดของเธอจะหยุดลง พร้อมกับสายน้ำอุ่นที่ชายหนุ่มปลดปล่อยออกมา
พสุธาถอนร่างกายออกมา มือหนาเอื้อมลงต่ำไปถอดเครื่องป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศออก ก่อนเขาจะก้าวลงจากเตียงหนานุ่มโดยไม่เหลียวแลหญิงสาวอีกคนที่นอนบนเตียงเลย แล้วฉับพลันนั้นที่เขาหันตัวกลับหมายจะเดินเข้าห้องน้ำ ดวงตาคมก็ดันไปสะดุดกับแสงวาววับที่สะท้อนเข้าตาโดยบังเอิญ
ทันทีที่ญรินดารู้สึกถึงสายคมกล้าที่มองตรงมา เธอก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาเริ่มเอะใจแล้ว และทันใดนั้น ร่างสูงก็คว้ากางเกงยีนส์ที่ตกอยู่ใกล้ตัวขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินตรงมาช้าๆ ญรินดาไม่รออะไรอีกแล้ว ก็ถอยออกมาจากบานประตูช้าๆ ก่อนจะหันหลังกลับ แล้วทันใดนั้น...
“กรี๊ด...” หญิงสาวหวีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังล็อกเข้าที่ลำคอของเธอ ร่างบางใช้มือของตนจับยึดสิ่งนั้นเพื่อดึงมันออกตามสัญชาตญาณ
“นี่เธอเป็นใคร? โรคจิตรึ หรือว่าจะถ่ายไปก็อบแผ่นขายกัน?” คำถามที่เอ่ยออกมาจากปากของผู้ที่เป็นเจ้าของท่อนแขนกำยำที่กำลังล็อกคอเธออยู่นั้น ทำให้ ญรินดางงเล็กน้อย ก่อนจะถึงบางอ้อในเวลาต่อมา
“ปล่อยนะ นายไปเป็นใครถึงมีสิทธิ์มารุกล้ำความเป็นส่วนตัวของฉันได้ฮะ”
“เธอนั่นล่ะ ที่เป็นพวกถ้ำมองชอบมองเวลาชาวบ้านเขามีอะไรกัน”
“ปล่อยนะ! นายอย่ามาพูดซี้ซั้วสิ ใครถ้ำมอง!” หญิงสาวแหวกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะตกเป็นรองอยู่ก็ตาม
“ก็ไม่แน่หรอก เดี๋ยวนี้ผู้หญิงที่อดอยากปากแห้ง ไม่มีใครเขาเอาก็มีอยู่ถมไป เธออาจจะเป็นประเภทนั้นกะ...”
เพี๊ยะ!
ชายหนุ่มยังไม่ทันพูดจบประโยคดีเป็นอันต้องหน้าหันไปตามแรงที่ตกกระทบลงมา เมื่อร่างบางที่เขาล็อกคอไว้ ใช้เวลาที่เขาเผลอสะบัดตัวออกแล้วฟาดฝ่ามือลงมาที่แก้มสากอย่างแรง เขายกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองเล็กน้อย ก่อนดวงตาคมกล้าจะหันไปมองด้วยแววตาวิบวับด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ไอ้คนที่ไม่ปกติน่าจะเป็นนายมากกว่านะ! ฮึ... น่าขำ คนบ้าอะไรเวลามีเซ็กซ์กลับไม่ดูตาม้าตาเรือ ให้คนอื่นเขาดูจนจบถึงมาต่อว่า ตัวเองมากกว่ามั้งที่อยากโชว์น่ะ” หญิงสาวยืนเท้าเอว เชิดหน้ามองคนตรงหน้า พร้อมกับพูดท้าทาย
“ปากดีนักนะ! แม่นักถ้ำมองผู้ดี” พสุธาพูดพร้อมกับกวาดตามองขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดเท้าของร่างบางตรงหน้า
“มองอะไร!” ญรินดาตวาดลั่นเมื่อรู้สึกถึงสายตาดูถูกที่กวาดมอง มือบางยกง้างขึ้นสูงหมายจะทำร้ายร่างสูงอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่มือบางตะตวัดลงมาได้ ก็ถูกมือหนาของร่างสูงตรงหน้าคว้าไว้พอดี
“อย่านึกนะ ว่าจะได้ตบหน้าฉันเป็นครั้งที่สอง” ว่าแล้วร่างสูงก็กระตุกข้อมือบาง แล้วร่างบางก็ปลิวปะทะแผงอกเปลือยเปล่าของเขาเบาๆ
“นี่จะทำอะไรน่ะ!” ทันทีที่จบประโยค ร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงไปหาร่างบางในอ้อมกอด
“ดิน! นี่มันอะไรกันน่ะ!” เสียงแหลมที่ดังมาจากประตูห้องทำให้พสุธาเผลอ แล้วก็เป็นจังหวะที่ตัวญรินดาเองออกแรงผลักอกกว้างให้ออกห่าง
“ริต้า” ชายหนุ่มเรียกชื่อผู้มาใหม่เบาๆ ทว่าสีหน้ากลับยังนิ่งเรียบเช่นเดิม
“นี่หล่อน เป็นใครมิทราบยะเนี่ย...ฮึ... ฉันยังไม่ทันกลับก็มาต่อคิวรอแล้วหรือยังไง...” คำดูถูกเหยียดหยามที่ดังออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มนั่น มาพร้อมกับสายตาดูถูกที่จ้องญรินดาตั้งแต่หัวจรดเท้า
ยัยนี่เป็นใคร? แล้วมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกเธอกัน!
“โทษทีนะ ไอ้ต่อคิวนี่อะไรน่ะ ฉันไม่ค่อยเข้าใจ” ญรินดาแสร้งถามกลับอย่างซื่อๆ ทั้งๆ ที่พอรู้ความหมายของประโยคที่ร่างอวบอัดนั่นพูด
“ฮึ! สวยแต่โง่หรือเปล่าเนี่ย”
“พอสักทีริต้า นี่ไม่ใช่เรื่องของเธอเลยนะ ฉันว่าเราคุยกันชัดเจนแล้วเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเราน่ะ” พสุธาไม่ปล่อยให้สองสาวได้ปะทะริมฝีปากกันต่อ จึงพูดขัดขึ้นมาในทันที
“แต่...ริต้า...”
“ไม่เป็นไรหรอก เขาอยากพูดก็ปล่อยให้พูดมา แต่ถ้าไม่เข้าหูล่ะก็...มีตบ!” ญรินดาพูดเสียงดังฟังชัด โดยเฉพาะคำสุดท้ายที่ดูเน้นเป็นพิเศษ ดวงตากลมหรี่ลงแล้วมองร่างของหญิงสาวอีกคนด้วยหางตา
“ดี! ฉันกำลังจะอธิบายว่า...เธอ! มาต่อคิวเพื่อมีเซ็กซ์กับดินต่อจากฉันไงล่ะ เป็นไง ชัดเจนดีมะ...”
เพี๊ยะ!
ยังไม่ทันจบประโยคดี คำพูดของผู้มาหลังสุดของหายลงไปในลำคอ เพราะเริ่มรู้สึกแสบๆ ชาๆ ที่แก้ม เหมือนถูกอะไรมากระทบอย่างแรง แล้วก็ไม่น่าถามว่ามันคืออะไร... ก็ไอ้มือบางๆ ทว่าหนักหน่วงเป็นพิเศษของญรินดานั่นเอง
“ฉันถามมั่งแล้วกัน เป็นไง? ชัดเจนพอไหม? ฮะ ฮ่าๆๆๆๆ” ญรินดาพูดและหัวเราะต่ออย่างไม่เก็บอาการความสะใจจากการกระทำของตัวเองเมื่อครู่ไว้เลย
ร่างสูงมองร่างบางที่เขาไม่ค่อยคุ้นตาที่อยู่ตรงหน้าอย่างงงๆ ในการกระทำของเธอไม่น้อย
มีที่ไหน ตบใครไม่รู้ที่ไม่รู้จักเสร็จแล้วหัวเราะอย่างไม่เก็บอาการเลย...?
“กรี๊ด...” ร่างอวบอิ่มกรีดร้องสุดเสียง ซึ่งบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดีว่าคับแค้นใจขนาดไหน
“ริต้า หุบปาก” พสุธาแหวลั่น ด้วยว่าไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไปมากกว่านี้ เขาหันไปสั่งคู่นอนคนล่าสุดต่อโดยไม่เว้นจังหวะ
“กลับเข้าไปเปลี่ยนชุด แล้วกลับไปซะ”
“ดิน...ดินพูดแบบนี้กับริต้าได้ไง... ได้แล้วก็จะทิ้งกันง่ายๆ เพราะแม่นี่เลยหรอ ฮะ?”
“แล้วค่อยคุยกัน กลับไปก่อน” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบโดยที่ไม่แม้แต่จะมองคู่สนทนาเลย
“ได้!” แล้วเธอก็หันตัวกลับเข้าไปในห้อง แล้วในเวลาไม่ถึงห้านาทีเธอก็ออกมาในชุดเสื้อสายเดี่ยวรัดรูปสีแดง กับกางเกงขาสั้นรัดติ้วสีดำ แล้วเดินปึงปังจากไปโดยไม่ลา
“เอาล่ะ เราจะได้คุยกันต่อซะที” พสุธาเอ่ย พร้อมกับจ้องมองไปยังหญิงสาวที่มองเขากลับโดยไม่หลบสายตาคมกล้าของเขาเช่นกัน
“คุยอะไร มีเรื่องอะไรต้องคุย ฉันต่างหากที่มีเรื่องต้องถามนาย ว่านายเป็นใคร!” ญรินดาพูดพร้อมกับถลึงตามองร่างสูงตรงหน้าอย่างคาดคั้น
“ฉัน...พสุธา วงศ์สรานนท์...น้องชายของเจ้าของห้องนี้ ซึ่งนั่นถ้าฉันเดาไม่ผิด คนที่เธอพูดถึงก็คงเป็นพี่เมฆล่ะมั้ง”
ญรินดานิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรโต้ตอบ ดวงตากลมโต นัยน์ตาสรดำสนิททอดมองร่างสูงของชายหนุ่มตรงหน้าตั้งหัวจรดเท้า ก่อนจะแอบยอมรับในใจ
มีส่วนที่เหมือนพี่เมฆเหมือนกันแฮะ น่าจะใช่จริงๆ แล้วเราจะไปอยู่ไหนล่ะ?
“แล้วเธอล่ะ...?”
“ฉันเป็นน้องของพี่เปรี้ยว พี่เปรี้ยวบอกว่าให้มาอยู่นี่ไปสักอาทิตย์แล้วจะกลับ”
“เอางี้ เราไปคุยกันข้างใน เพราะตอนนี้มันดึกมากแล้ว ฉันว่าคุยตรงนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่” พสุธาพูดพร้อมกับเดินนำเข้าไปก่อน โดยไม่ลืมความเป็นสุภาพบุรุษ หันไปคว้า
กระเป๋าใบย่อมที่หญิงสาวถือมาเข้าไปด้วย
“คุณนั่งที่โซฟาเล็กนั่นไปก่อน เดี๋ยวผมขอเปลี่ยนชุดแป๊บนึง”
“อือ” หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่าย ญรินดาใช้สายตาสำรวจไปทั่วบริเวณห้องอย่างอยากรู้อยากเห็น แล้วทันใดนั้นเอง เธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงกำลังปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของเขาเอง
“กรี๊ด! ไอ้บ้า มาเปลี่ยนอะไรตรงนี้!” ญรินดาแผดเสียงร้องด้วยความตกใจ
“เอ้าคุณ นี่มันอพาร์ตเมนต์นี่ ไม่ใช่คอนโดจะได้มีหลายห้อง ก็ต้องเปลี่ยนมันตรงนี้แหละ แล้วอีกอย่างนะ คุณหันมาดูเองด้วย”
“โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย รีบๆ เปลี่ยนแล้วกัน ฉันปิดตาก็ได้”
แล้วไม่นาน เธอก็รับรู้ถึงที่นั่งโซฟาด้านข้างเธอนั้น ยุบยวบลง เธอจึงปล่อยมือที่ปิดบังตาตัวเองอยู่ออกแล้วเธอก็พบร่างสูงกำลังนั่งมองเธออยู่
เมื่อมีโอกาสได้เห็นใกล้ๆเธอถึงรู้ว่า ชายหนุ่มที่เธอทั้งด่า ทั้งว่า ทั้งต่อล้อต่อเถียงเมื่อตะกี้นั้นเป็นคนหน้าตาดีแค่ไหน
ใบหน้าเรียวได้รูป ผิวเนียนขาวไร้ที่ติ แล้วไหนจะดวงตาคมกล้าสีดำสนิท จมูกก็โด่งรับกับริมฝีปากเรียว ทว่าดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ผมสีน้ำตาลเหลือบทอง ที่ไม่บอกก็รู้ว่าไม่ใช่ของที่ธรรมชาติให้มานั้น ทอประกาบสะท้อนแสงนีออนในห้องอย่างน่าดูเลยเชียวล่ะ ยัง... เท่านั้นยังไม่พอ ผมสีน้ำตาลสลวยพูดซอยสไลด์ให้ระต้นคอ ผมบริเวณหูถูกซอยออกจนเห็นต่างหูเงินไม้กางเขนที่ใส่อยู่อย่างชัดเจน
“แล้วจะเอายังไง เธอจะไปอยู่ที่ไหน...”
“หวาน ฉันชื่อหวาน อย่าเรียกเธอๆ ฉันไม่ชอบ มันเหมือนหาเรื่องกัน”
“โอเค ผมชื่อพสุธา น้องพี่เมฆ” ชายหนุ่มยังคงถือความเป็นส่วนตัวบอกเพียงชื่อจริงเท่านั้น ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ทักท้วงอะไร ทำเพียงพยักหน้ารับรู้เบาๆ
“แล้วช่วงที่รอพี่เปรี้ยวกลับมาฉันจะทำยังไง จะไปอยู่ที่ไหนกัน นายช่วยไปหาที่อยู่เอาได้ไหม” ญรินดาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย เล่นเอาชายหนุ่มงงในความคิดของเธอจริงๆ
มีที่ไหน? มาก็มาที่หลัง มาไล่คนอื่นเขาออกไป! มั่นซะไม่มีอ่ะ
“คงไม่ได้ครับ เพราะผมก็ไม่มีที่อยู่เหมือนกัน พอดีผมยกเลิกสัญญาเช่าหอไปแล้ว เลยต้องมาอยู่ที่นี่ แล้วกะจะบอกพี่เมฆอีกที”
“งั้นก็ไปเช่าหอของนายต่อสิ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ หอหรือ? หมายความว่านาย...” ญรินดาเบิกตาดูชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตกใจเล็กน้อย
“ยกเลิกไปแล้ว กว่าจะเซ็นใหม่ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน ไม่ว่ายังไงผมก็อยู่ที่นี่อยู่ดีแหละคุณ แล้วทำไม ผมอยู่หอแล้วผิดตรงไหนเนี่ย เด็กมหา’ลัยอยู่หอไม่เห็นแปลก” พสุธาพูดพร้อมกับเกาท้ายทอยตนเองอย่างงงๆ
“อ๊าย ไอ้เด็กแก่แดด แค่อายุไม่เท่าไหร่ก็เอาผู้หญิงมานอนที่บ้าน!” นิ้วเรียวชี้ใบหน้าคมๆ อย่างไม่เกรงใจ
“อ้าวๆ พูดงี้ก็สวยดิ มาด่าคนอื่นเขาน่ะ ตัวเองอายุเท่าไหร่แม่คุณ”
“ยี่สิบสองย่ะ!”
“ยี่สิบสอง!” พสุธาลุกพรวดจากที่นั่ง ก่อนจะกวาดดวงตาคมไม่ตามร่างอ้อนแอ้นบอบบางตรงหน้า ที่ไม่ว่ามองยังไงก็ไม่น่าเกินยี่สิบ
ผมหยักศกยาวสีดำสนิท ที่ถูกขมวดอย่างลวกๆ ไว้ ใบหน้าขาวเนียนถูกล้อมกรอบด้วยปอยผมที่ร่วงลงมาเล็กน้อย ดวงตากลมโตใสสีดำ จมูกเล็กๆ ที่ออกจะไปทางโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มเล็กน้อยเป็นรูปกระจับอย่างสวยงาม ที่หูข้างหนึ่งของเธอ มีต่างหูเพชรสีชมพูเม็ดเล็กประดับอยู่อย่างสวยงาม
“มองอะไร! นายทำกับคนอายุมากกว่าแบบนี้รึไงกัน”
“โทษที เอาเป็นว่าเราอยู่ด้วยกันที่นี่จนกว่าพี่เปรี้ยวกับพี่เมฆจะกลับมาแล้วกัน”
“ก็ได้ แต่นายห้ามพาผู้หญิงที่ไหนมานอนอีกนะฉันไม่ชอบ เฮ้ยๆ เดี๋ยวก่อนนะ มีห้องเดียว เตียงเดียว จะนอนกันยังไงล่ะ”
“คนละครึ่งเตียงไง” พสุธาตอบด้วยสีหน้าราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดามากๆ
“ฉันยังไม่อยากเสียงพรหมจรรย์ไปในตอนนี้นะ” ญรินดาพูดได้เต็มปากเต็มคำพร้อมกับดวงตากลมโตที่หรี่ลงแล้วมองไปทางร่างสูงที่ยังคงยืนจังก้าอยู่
“ผมไม่ยุ่งกับน้องสาวของพี่สะใภ้หรอก”