[font=Arial] [/font] [color=white]ตอนที่ 1
”ถ้าความรักมันมีค่ามากขนาดที่จะยื้อคนสองคนเอาไว้ได้ แล้วทำไมยังมีคนที่ต้องเจ็บปวดเพราะมันอีกล่ะ เธออย่าเอาคำว่า รัก มารั้งฉันไว้เลยมันไม่มีความหมายหรอก เพราะฉันไม่เคยเชื่อว่ามันมีอยู่จริง ฉันเคยเตือนเธอแล้วนะ ถ้าหากเธอคิดที่จะก้าวเข้ามาอยู่ข้างกายฉัน วันหนึ่งเธอจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจของเธอเอง ไปซะเถอะ ฉันไม่มีค่ามากพอที่จะให้ ใครมารักหรอก หัวใจของฉันมันไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมาก่อน และมันก็จะไม่มีวันยอมรับสัมผัสนั้นแน่นอน”
'เขาจากไปแล้ว...ไปพร้อมกับความรักทั้งหมดที่ฉันมีให้เขา ตั้งแต่ตอนนั้น ตอนที่เขาบอกเลิกกับฉัน มันก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว ทำไมนะ ทำไม ฉันถึงยังลืมเขาไม่ได้ ทำไมทำไมคุณถึงไม่หายไปจากความทรงจำของฉันสักที จะต้องให้ฉันทำยังไง ฉันถึงจะลบภาพและความทรงจำทั้งหมดของคุณได้'
" แม่...แม่จ๋า...แม่จ๋า " เสียงร้องเรียกที่ดังประสานกันของเด็กชายหญิงที่มีเค้าโครงหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน ร้องเรียกหามารดาของตน
" จ๋า แม่อยู่นี้ลูก " เสียงขานรับที่ดังไม่แพ้กันของหญิงสาวที่ถูกเรียก
" ว่าไงค่ะลูก พี่คีย์ กับน้องเคท ร้องหาคุณแม่ซะเสียงดังเลยลูก จะเอาอะไรค่ะเอ๊ะ! หรือว่า แกล้งกันอีกแล้วค่ะ " น้ำเสียงที่อ่อนโยนของผู้เป็นมารดา เอ่ยถามลูกน้อยด้วยความรักและเอ็นดู
" เที่ยว...เที่ยว...ไปเที่ยว " เด็กน้อยร้องบอกมารดา
" เที่ยวหรือค่ะ อยากไปเที่ยวหรอลูก ตัวแค่เนี้ย รู้จักเที่ยวแล้วนะ "
" คุณมีนค่ะ " หญิงชรา ผู้มีดวงหน้าบงบอกว่าเป็นคนมีเมตา เรียกหญิงสาวผู้อ่อนวัยกว่า
" ค่ะ นม มีอะไรหรือค่ะ " หญิงสาวผู้ถูกเรียกเอ่ยถามอีกฝ่าย
" คุณผู้หญิงโทรมาค่ะ นมว่าคงจะเรื่องเดิม เรียกตัวคุณหนูกลับเมืองไทยนั่นแหละค่ะ "
" ถ้าอย่างงันมีนฝากเด็กก่อนนะค่ะ นมช่วยพาออกไปเดินเล่นที่สวนหน่อยนะค่ะเดี๋ยวมีนจะลงไปรับโทรศัพท์ "
" ค่ะ "
มีน มนัญญา วงศ์ษากิจ หญิงสาวที่มีความงดงามทั้งกายและใจ ผู้ซึ่งมีดวงหน้าที่สวยงามราวกับเทพธิดา เธอเป็นที่หมายปองของบรรดาหนุ่มๆทั้งหลาย มนัญญาเป็นลูกสาวคนเล็กของ นายมนตรีและนางปราณี วงศ์ษากิจ นักธุรกิจแถวหน้าของเอเชีย มนัญญายังมีพี่ชายอีก 2 คน ซึ่งก็เจริญรอยตามบิดา ซึ่งเป็นนักธุรกิจ พี่ชายทั้งสองของเธอนั้นเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่กำลังเป็นที่จับตามองของวงการธุรกิจในขณะนี้ปกรณ์ วงศ์ษากิจ ลูกชายคนโต ด้วยความสามารถที่โดดเด่นของเขาทีเผยออกมาตั้งแต่ยังเรียนปริญญาตรีอยู่นั้นทำให้ได้เข้าทำงานในบริษัทของบิดาตั้งแต่อายุยังน้อย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ปกรณ์ได้เข้ามาทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระของบิดา เขาไม่เคยมีคำว่าล้มเหลวอยู่ในพจนานุกรมประจำตัวของตนเองเลย อะไรที่อยากได้ เขาต้องได้ ไม่เพียงแค่ความสามารถที่โดดเด่น แม้แต่รูปร่างหน้าตาก็ไม่เป็นรองใคร ทั้งเค้าหน้าที่คมเข้มจมูกโงเรียวรับกับใบหน้า ดวงตาที่หากใครได้จ้องมองก็ต้องยอมศิโรราบให้ และรูปร่างที่กำยำสูงใหญ่ดังชายชาตรีควรจะเป็น ยิ่งทำให้เป็นที่หลงใหลของสาวๆทั้งหลาย และนอกจาก ปกรณ์ แล้วที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของสาวๆ ละลายได้ ก็ยังมี ปราการ วงศ์ษากิจ อีกคนที่ไม่แพ้กัน ทั้งในเรื่องของความสามารถในการทำงานและรูปร่างหน้าตา ปราการ ชายหนุ่มเจ้าสำอาง หล่อ ครบสูตร สูงยาว ขาวตี๋ เก่งทั้งเรื่องบุ๋นและบู๊ แต่จากหน้าตาที่ออกสไตร์หนุ่มเกาหลี จึงทำให้มีน้อยคนนักจะรู้ว่าหน้าตาหล่อๆแบบนี้นี่แหละที่สามารถสยบ ผู้ชายตัวใหญ่ 20 คน ได้ภายใน 5 นาทีมาแล้ว ถึงแม้ว่าชายหนุ่มทั้งสองจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีขอเสียอยู่เหมือนกัน คือ รักและหวงน้องสาวคนเล็กอย่างมาก จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ นอกจาก 'คนคนนั้น' ชายหนุ่มที่ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน
" ฮัลโหล "
" ว่าไงจ๊ะ ลูกสาวตัวดี ทำไมถึงได้ลงมารับสายช้าจังเลยลูก รู้ไหมว่าแม่คิดถึงนะ เมื่อไหร่จะกลับบ้านสักทีนะลูก หนูไปเรียนตั้ง 3 ปีแล้วนะ เรียนก็จบแล้ว รีบๆกลับมาให้แม่กอดได้แล้วนะลูก " เสียงต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก จากปลายสายทำให้หญิง
สาวที่อยู่ต่างบ้านต่างเมืองถึงกับน้ำตาคลอหน่วยตา
" มีนก็คิดถึงคุณแม่ค่ะ คิดถึงทุกคนเลย " เสียงที่ตอบกลับไปมนัญญาพยายามบังคับที่จะไม่ให้มันสั่น เธอไม่อยากให้มารดาต้องเป็นห่วงเธอมากไปกว่านี้
" คิดถึงก็กลับมาบ้านเราสิลูก คุณพ่อเองก็บ่นถึงลูกอยู่ทุกวันเลย หนูคิดถึงก็กลับบ้านเรานะลูก"
" ค่ะคุณแม่ มีนจะกลับบ้านเราค่ะ มีนก็คิดว่าควรถึงเวลาที่มีนจะต้องกลับบ้านซะที" 'และที่สำคัญมันคงจะถึงเวลาที่เธอจะต้องกลับไปพบกับโลกของความจริงได้แล้ว'
" ดีแล้วลูก จะกลับเมื่อไหร่อย่าลืมโทรมาบอกแม่นะจ๊ะ แม่จะได้จัดห้องเตรียมไว้ให้ " ปลายสายมีน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความดีใจ
" ค่ะคุณแม่ เอ่อ คุณแม่ค่ะ มีนอยากให้คุณแม่จัดห้องให้มีนอีกซักห้องหนึ่งค่ะ เอาที่อยู่ติดกับห้องมีนเลยนะค่ะ แล้วก็ให้ช้างมาทำประตูเชื่อมถึงกันด้วยนะค่ะ" มนัญญาบอกความต้องการของเธอให้มารดารับรู้และจัดการให้
" เอ๊ะ! มีนจะพาใครมาด้วยหรือลูก เพื่อนหรือจ๊ะ "
" ไม่ใช่ค่ะคุณแม่ เอาไว้มีนกลับไปคุณแม่ก็จะรู้นะค่ะ "
" จ๊ะลูก แม่จะรอมีนลูก "
" ค่ะ มันรักคุณแม่นะค่ะ คุณพ่อ พี่แม็ค พี่มาร์ท ด้วยนะค่ะ"
" งันแค่นี้ก่อนนะลูก หนูไปพักผ่อนเถอะ "
" ค่ะ คุณแม่ก็ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ สวัสดีค่ะ "
มนัญญาวางสายเรียบร้อยแล้วเธอก็ต้องมาคิดว่าการตัดสินใจของเธอในครั้งนี้มันถูกแล้วใช่ไหม ที่จะกลับไปเผชิญกับความเป็นจริงซะที เรื่องที่เธอมีลูกนั้นมีเพียง คน 4 คนเท่านั้น ที่รู้เรื่องนี้ มีเธอ แม่นม และพี่ชายทั้ง 2 คนของเธอ ช่วงแรกที่พี่ชายของเธอรู้เรื่องนี้ ทั้งสองก็เกือบที่จะกลายเป็นฆาตกร เพราะว่าโกรธแค้นผู้ชายที่ทำให้น้องสาวของตนต้องเจ็บช้ำ แต่มนัญญานั่นเองที่ห้ามเอาไว้ เพราะเธอไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อน เธอต้องการที่จะเลี้ยงลูกเอง และเธอก็ไม่ได้บอกผู้ชายใจร้ายคนนั้นว่าเธอตั้งท้องลูกของเขา และถือว่าเป็นโชคดีของมนัญญาที่ตั้งท้องตอนช่วงสอบก่อนจบพอดี จึงไม่มีเพื่อนๆรู้ว่าเธอตั้งท้อง หลังจากสอบเสร็จมนัญญาก็ขอทางบ้านไปเรียนต่อยังต่างประเทศทันที โดยที่มีพี่ชายทั้ง 2 คนคอยช่วยเหลือ ในการปิดบังบิดาและมารดา ในทุกๆครั้งที่ท่านทั้งสองมาเยี่ยมเธอ มนัญญาได้พาแม่นมซึ่งเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เล็ก เดินทางไปด้วย เพื่อคอยดูแลเธอและลูกเมื่อคลอดแล้ว และตอนนี้เธอก็จะต้องกลับไปเมืองไทยแล้ว ไม่มีใคร สามารถช่วยเธอปิดบังเรื่องลูกได้อีก เธอต้องเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดให้บิดาและมารดา ของเธอรับรู้แล้ว
"คุณแม่ค่ะ คุณพ่อค่ะ มีนขอโทษนะค่ะ ทีมีนทำตัวไม่ดี ทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจ มีนสัญญาค่ะ ว่าต่อจากนี้ไปมีนจะไม่ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ต้องเสียใจอีกแล้ว”
ภายใต้อาคารรองรับผู้โดยสารขาเข้า และขาออก ของสนามบินสุวรรณภูมิในประเทศ มีผู้คนจำนวนมากที่กำลังรอรับใครบางคน และรอส่งใครๆอีกหลายคน รวมถึงคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังรอการกลับมาของผู้เป็นที่รัก
“คุณมีน ไม่เป็นไรนะค่ะ ทำใจให้สบาย อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิดนะค่ะ” เสียงที่บงบอกว่าเอื้ออาทรต่อหญิงสาวทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก หลังจากเมื่อเดือนก่อนที่ มนัญญา ได้คุยกับมารดาทางโทรศัพท์นั้น เธอได้ตัดสินใจที่จะเดินทางกลับบ้านเกิด เธอก็ได้จัดการเคลียเรื่องงานที่ทำตอนช่วงที่มาอยู่ต่างประเทศ เพื่อที่เมื่อกลับไปอยู่เมืองไทยแล้วจะได้ไม่มีปัญหาอะไรตามไปให้ต้องปวดหัวและต้องกลับไปแก้ไขอีก
“ค่ะนม มีนเข้าใจค่ะ เราเดินออกไปกันเถอะค่ะ พี่แม็คกับพีมาร์ทคงมารอนานแล้วล่ะค่ะ พี่คีย์ น้องเคท มานี้ลูก เราต้องออกไปหาคุณลุงแล้วลูก เดี๋ยวคุณลุงรอนานนะค่ะ” มนัญญาเรียกลูกชายและหญิงเพื่อที่จะได้ออกจากห้องพักผู้โดยสาร เพื่อไปพบพี่ชายทั้ง 2 ของตน ซึ่งตอนนี้คงจะเดินวนไปวนมาเพราะว่าคิดถึงหลานชายหญิงตัวน้อยอยู่แน่ๆ มนัญญาคลอดลูกหลังจากที่เดินทางไปอยู่ต่างประเทศแล้วเป็นเวลา 7 เดือน มนัญญาตั้งท้องได้ 3 เดือนแล้วตอนที่อยู่เมืองไทย
“เย้...เย้....หาลุง หาลุง เคท/คีย์ จะหาลุง” เด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อยร้องด้วยความดีใจที่จะได้พบหน้าคุณลุงของตน
“ไปค่ะ คุณหนูเคทมาลูกมา นมจะอุ้มนะค่ะ” เด็กหญิงทำตามอย่างว่าง่ายเดินเข้าไปหา หญิงชราอย่างรวดเร็ว
“ไปกันได้แล้วค่ะ” มนัญญาพูดจบก็จับมือเด็กชายอีกคนที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างกายแล้วพากันเดินออกไปด้านนอก มนัญญานั้นจูงมือลูกชายและเข็นรถบรรทุกกระเป๋าออกไปด้วยแล้วให้แม่นมอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยออกไป
“เฮ้อ.....เมื่อไหร่จะออกมากันซะทีนะ คิดถึงหลานใจจะขาดแล้ว” ชายหนุ่มที่อายุมากกว่า ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนพิงราวกั้นระหว่างทางเดิน รำพึงรำพันอยู่ตลอดเวลาที่เดินทางมาถึง
“เอาน่า พี่แม็ค เดี๋ยวหลานก็ออกมา ไม่ได้เจอหลานแค่ 6-7 เดือน ทำเป็นโวยวายไปได้ เดี๋ยวก็ได้เจอหน้ากันทุกวันอยู่ดี” ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าอดที่จะแซวพี่ชายไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่คิดถึงหลายๆตัวน้อย ตัวเขาเองก็คิดถึงมากเช่นกัน แต่ก็รู้ว่ายังไงซะก็ต้องได้เจอกันแน่นอน จึงไม่แสดงความ รู้สึกกระวนกระวายออกมาให้เห็น ผิดกับพี่ชายคนโตที่ดูแล้วน่าจะเงียบครึมมากกว่าเขากลับเป็นคนที่กระวนกระวายร้อนใจแทน ‘เห็นแล้วมันน่าขำจริงๆเลย’
“อ้าวนั่นไง พี่แม็ค ยัยมีนเดินมาโน้นแล้ว” ปราการรีบบอกพี่ชายทันทีที่เห็นว่าน้องสาวสุดที่รักกำลังเดินตรงมายังพวกตน
“ลุง..ลุง...คิดถึง...” เสียงเล็กของเด็กชายและเด็กหญิง ช่างอ้อนทั้งสอง ร้องเรียกให้ผู้มีศักดิ์เป็นลุงหันมาสนใจตน
“จ๋าลูก คิดถึงลุงหรอ ลุงก็คิดถึงหนูเหมือนกัน” พี่ชายคนโตรีบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อรับหลานทั้งสองเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแล้วหอมแก้มนทั้งซ้ายและขวาของหลานๆให้หายคิดถึง พี่ชายคนรองก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน รีบบอกให้พี่ชายปล่อยหลานๆมาให้ตนกอดบ้าง
“พอแล้วพี่แม็ค มา เอาหลายมาให้ผมกอดบ้าง ผมเองก็คิดถึงเหมือนกันนะ” ปกรณ์ยอมปล่อยตัวเด็กๆ เพื่อที่น้องชายจะได้กอดหลานๆบ้าง
“สวัสดีครับนม คิดถึงนมจัง ขอกอดหน่อย” ปกรณ์ส่งเสียงอ้อนเหมือนเด็กๆทำให้ทั้งน้องชาย น้องสาวและแม่นม ถึงกับกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่
“ไม่ต้องมาอ้อนเลยคุณแม็ค คิดถึงนม แล้วทำไมถึงไม่ยอมไปเยี่ยมนมบ้างละค่ะ หายหน้าไปตั้งหลายเดือน” แม่นมตัดพ้อพอเป็นพิธี แต่ก็ยอมให้ชายหนุ่มดึงตัวไปกอด เพราะว่าตนเองก็คิดถึงชายหนุ่มที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กเช่นกัน ก็เฝ้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ทั้ง 3 คนหากไม่ได้เจอใครคนใดคจนหนึ่งไปก็ต้องรู้สึกคิดถึงเป็นธรรมดา
“โถ่....นมครับ ผมต้องทำงานตั้งเยอะนะครับ พยายามหาเวลาว่างแล้วแต่ก็ยังไม่มีเลย” ปกรณ์ยังอ้อนไม่เลิก
“ว่าไงยัยมีน เราสบายดีนะ” ปราการปล่อยหลานๆออกจากอ้อมกอดหลังจากที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันพอหอดมปากหอมคอแล้วจึงกันกลับมาพูดกับน้องสาว
“สบายดีค่ะ มีนไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ” มนัญญาพอจะรู้นัยของคำถามที่ปราการถามเธอ
“อืม...ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นเรากลับบ้านกันเถอะ ป่านนี้ คุณพ่อ คุณแม่คงจะบ่นแล้วล่ะที่เรายังไม่กลับ”
“ตี้ด....ตี้ด....ตี้ด....”
“ฮัลโหล ครับ ครับ กำลังจะกลับแล้วครับ ครับ สวัสดีครับคุณแม่”
“ไปเถอะ ถ้าเรายังไม่รีบกลับ ต้องโดนเจื้อนแน่ๆ”
มนัญญาเดินตามพี่ชายคนรองออกไป ‘ถึงเวลาแล้วสินะ’
“อ่า.............อ่า...........แรงอีกสิค่ะ คีย์ แรงอีก ใช่ค่ะ อ่า...........อ่า..........” เสียงครวญครางที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ ในตอนแรก กลับดังขึ้นอย่างไม่ขาดสายหลังจากที่ชายหนุ่มเจ้าของชื่อ ทำตามความต้องการของเธอ
“คีย์ค่ะ รินดามีความสุขจังเลยค่ะ คีย์ละค่ะมีความสุขไหมค่ะ” หญิงสาวนามว่า รินดา นอนกอดกายกับร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มที่พึ่งเสร็จกิจกับเธอ
“........................................................” ชายหนุ่มไม่ตอบ
“คีย์ค่ะ เมื่อไหร่เราจะแต่งงานกัน” หญิงสาวไม่ได้รู้สึกเลยว่าคำถามที่เธอเพิ่งจะถามออกไปจะเป็นการตัดไฟที่กำลังก่อขึ้น อีกครั้งให้ดับลงไปในพริบตา
“เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไง รินดา ระหว่างเราคุณกับผมเราไม่มีข้อผู้มัดใดๆกันทั้งสิ้น คุณมีความสุขผมก็มี เราต่างได้ในสิ่งที่เราต้องการ” ชายหนุ่มลุกออกจากเตียงทันทีที่พูดจบ แล้วเร่งแต่งตัวเตรียมออกจากห้อง
“แต่คีย์ค่ะ รินดารักคุณนะค่ะ รินดาอยากให้เราอยู่ด้วยกันตลอดไป” รินดาลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วเดินเข้าไปกอดชายหนุ่มจากทางด้านหลังของเขา
“รินดา คุณก็รู้ว่าระหว่างเรามันเป็นได้แค่นี้ ผมเคยคิดนะว่าคุณจะเป็นคนที่เข้าใจผมมากที่สุด แต่แล้วคุณก็ทำให้ผมผิดหวัง เราจบกันเถอะ” ชายหนุ่มบอกตัดความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย แล้วเดินออกจากห้องพักของหญิงสาวทันที
“ไม่นะค่ะ ไม่........... คีย์คุณจะทำกับรินดาแบบนี้ไม่ได้นะ คีย์กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องนะ คีย์ ฮือ.....ฮือ......” หญิงสาวทรุดตัวนั่งร้องไห้กับพื้นห้องที่เย็นเฉียบด้วยความเสียใจ
คีย์ หรือ อคีย์รา ภูมิอนันต์ ชายหนุ่มอายุ 26 ปี นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง อีกคนหนึ่งของวงการ รูปหล่อ พ่อรวย ชาติตระกูลดี มีการศึกษาสูง ทุกอย่างดีไม่มีที่ติ ยกเว้นนิสัย ที่ทั้งเอาแต่ใจ เจ้าชู้ และทีสำคัญ ไร้หัวใจ แต่ถ้าเป็นเรื่องงานอคีย์ราไม่เคยเสีย ทุกคนที่ทำงานกับชายหนุ่ม ต่างก็รู้ดีว่า คำว่าไม่มี ไม่ได้ ผิดพลาด ล้มเหลว ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของเขาเช่นกัน อคีย์ราได้รับฉายาจากสาวๆหลายคนว่า “ซาตานไร้รัก” หากสาวคนไหนหลงเสน่ห์ชายหนุ่มเข้า สาวคนนั้นต้องโชคร้ายมากๆเพราะว่า เขา อคีย์รา ภูมิอน
