Welcome
Welcome to <strong>novelhot</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ตอน 7

นิยายใหม่จากไผ่แก้วค่ะ

ตอน 7

Postby paikaew on Wed Feb 11, 2009 11:40 am

อมราวดีกลายเป็นตุ๊กตาหน้ารถของวัชรพอีกเป็นครั้งที่สอง ทั้งที่เธอขับรถมาทำงาน แต่ก็ต้องยอมให้เขาไปส่งที่ห้างสรรพสินค้า ตั้งใจว่าขากลับค่อยเรียกแท๊กซี่กลับไปเอารถที่บริษัทซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนักกลับบ้านอีกที

วันนี้หล่อนสวมชุดกระโปรงผ้าป้ายไปผูกโบว์ไว้ตรงช่วงเอวสีพีชแขนสั้นกุด ชายกระโปรงเป็นทรงเอพริ้วไหวตามการเคลื่อนไหว ตัวเสื้อด้านบนเป็นเสื้อคอวีแขนสั้น เรียกว่าเหมาะทั้งใส่เข้าห้องประชุมและยังสามารถใส่ไปเดินห้างสรรพสินค้าได้สบายๆ คล้องกระเป๋าสะพายในจิ๋วสีดำ กับรองเท้าส้นสูงมีสายรัดขึ้นมาถึงข้อเท้าสีพีชเช่นกัน

และแน่นอน... หัวจรดเท้าเป็นยี่ห้อดังจากอเมริกาซึ่งหล่อนไม่ได้เสียเงินซื้อมาแม้แต่บาทเดียว

“วันนี้น้องวดีสวยจังเลยนะครับ”

อยู่ๆ วัชรพก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยในรถที่กำลังจะเลี้ยวเข้าลานจอดของห้างสรรพสินค้า คนสวยเลยได้แต่ทำหน้างงสุดขีดใส่คนชม

“สวยจนผมแปลกใจ ทำไมถึงยังไม่มีแฟน”
อมราวดียิ้มรับชมเอ่ยแก้ตัวเบาๆ
“ไม่มีจริงๆ ค่ะ”
“ทั้งที่น้องวดีออกจะสวยขนาดนี้น่ะหรือ...”
“พูดเหมือนไม่เชื่อเลยนะคะ”
“ไม่อยากเชื่อต่างหากครับ”

“ยังไงก็ขอบคุณนะคะ อุตส่าห์ชมว่าสวย อ๊ะ... ไม่ต้องย้ำแล้วค่ะ แค่นี้ก็จะลอยแล้ว ส่วนที่ถามว่ายังไม่มีแฟนจริงๆ รึเปล่านั่น แล้วแต่คุณจะคิดก็แล้วกันค่ะ”

หญิงสาวไม่ได้ยืนกรานตามเดิม เพราะความหวังจากส่วนลึกของจิตใจย้ำกับหล่อนว่าอยากจะทุ่มเทความรักเพื่อใครสักคนใจจะขาด แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสนั้นหรือไม่เท่านั้นเอง

วัชรพมองหญิงสาวด้วยสายตาค้นหา เขาไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรอีก เปลี่ยนไปชวยคุยเรื่องจิปาถะเกี่ยวกับหน้าที่การงานของเธอมากกว่า

พอชายหนุ่มจอดรถสนิทแล้ว เขาก็ยังไม่ยอมจากไปแต่ลงจากรถและจัดแจงล็อกรถเรียบร้อย

อมราวดีคาดว่าเขาคงอยากไปเดินเล่นหรือไม่ก็หาอะไรทานก่อนกลับบ้านจึงไม่ได้เอ่ยค้าน แต่พอวัชรพเดินตามเธอไม่ห่างราวกับเป็นเงาตนเองก็ชักเอะใจ

“ฉันนัดเพื่อนไว้หน้าโรงหนังค่ะ คุณวัชกลับไปก่อนก็ได้ อีกเดี๋ยวเพื่อนคงมาแล้วค่ะไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันหรอก เกรงใจ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมบอกแล้วไง ไว้ให้น้องวดีเจอเพื่อนก่อน”

อมราวดีทำหน้าเจื่อน ยังจำครั้งแรกที่วัชรพมาส่งหล่อนได้ดี พบหน้ากับคุณไรซ์เพียงไม่ถึงห้านาทีทั้งคู่ก็ทำราวกับเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาเนิ่นนานแรมปี แล้วถ้าต้องมาเจอกันอีกคงไม่ใช่เรื่องดีแน่

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเกรงใจจริงๆ อีกเดี๋ยวเพื่อนคงมาแล้ว อย่าหาว่าฉันไล่เลยนะคะ แต่ว่าเพื่อนๆ ฉันจะคิดยังไงถ้ารู้ว่าฉันมีผู้ชายมาส่ง”

วัชรพยืมเอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทางสบายสุดขีดทั้งกายใจ เขาปล่อยเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจแถมยังเอ่ยทีเล่นทีจริงให้คนฟังเสียวสันหลังอีก

“นี่อย่าบอกนะครับว่าน้องวดีนัดแฟนไว้เลยไม่อยากให้ผมได้พบ”
“พะ... เพื่อนค่ะ” หญิงสาวตกใจ พูดกระท่อนกระแท่นบอกเขาแต่วัชรพไม่เชื่อเอาเสียเลย
“หรือว่ากลัวเขาจะเข้าใจผิดครับ”
“ไม่ใช่นะคะ”

“แหม... หรือว่าเขาขี้หึงครับ อ้าว ทำไมต้องส่ายหน้าด้วย เขายังไม่มาหรอก น้องวดีทำเอาผมชักนึกสนุกอยากอยู่เจอหน้าแฟนน้องวดีแล้วนะนี่”

“ไม่ใช่ค่ะ นัดเพื่อนไว้จริงๆ แต่คุณวัชน่าจะทราบ ในหมู่ผู้หญิงด้วยกันน่ะ ถ้าเพื่อนมีผู้ชายมาส่งคงได้นินทากันสนุกพิลึก”
“ครับๆ ผมล้อเล่นหน่อยเดียวเอง ทำไมต้องหน้าซีดด้วย”

วัชรพหัวเราะเสียงดังที่แกล้งหล่อน หญิงสาวเลยได้แต่มองส่งจากเคืองๆ ไปให้เขาเป็นการตอบแทน
“ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนแล้วกัน ยังไม่อยากเปิดศึกชิงนาง”

“คุณวัช...” หล่อนเรียกชื่อเขาเสียงแข็งมะลื่อทื่อ
“อ๊ะ อ๊ะ... ก็บอกแล้วไงว่าล้อเล่น อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ ไม่กวนแล้วก็ได้ ไปแล้วครับ”

วัชรพเดินก้าวยาวๆ จากไปท่ามกลางฝูงชนทันทีทั้งที่เขายังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ ไม่รู้ว่าสนุกอะไรนักหนา
พอลับร่างชายหนุ่ม อมราวดีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ว่าคุณไรซ์จะเคยหรือไม่เคยคิดอะไรกับเธอ แต่เธอก็ยังไม่อยากเขาใจผิดเสียตั้งแต่นัดแรก

แม้จะเป็นนัดแรกที่ต้องพ่วงเพื่อนมาด้วยอีกคนก็ตามที...



“คอยนานไหมครับคุณหนูดี”
เสียงทุ้มที่แสนคุ้นหูดังขึ้นหลังจากหญิงสาวยืนเคว้งอยู่หน้าบริเวณเคาท์เตอร์ขายบัตรได้ราวๆ สิบนาทีเศษ

ระหว่างรอหล่อนอดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะไม่มาแล้ว สลับกับวางแผนว่าจะทำตัวอย่างไรเมื่อพบเขาไปด้วย
คิดไปคิดมาหล่อนก็ยังอดแปลกใจตัวเองไม่หาย... ทำอย่างกับเป็นเด็กวัยรุ่นริอาจมีความรักอย่างนั้นแหละ
“ไม่นานค่ะ คุณไรซ์เพิ่งมาหรือคะ”

“ครับ แล้วคุณแบมล่ะ มารึยัง”

รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าหญิงสาวทันทีที่ได้ยินชื่อของเพื่อนสนิท หล่อนควรคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาถามไปตาม
มารยาท ไม่ได้อยากพบกับบราลีเท่าไหร่นักหรอก แต่ก็คิดไม่ลง ลึกๆ ในใจย่อมรู้ดี... เขาอาจจะสนใจเพื่อนเธอก็ได้...
“ยังไม่มาเลยค่ะ เดี๋ยวจะโทรตามให้นะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมว่าเราไปจองบัตรกันก่อนดีกว่า ผมดูรอบแล้วกว่าจะหนังรอบต่อไปจะฉายก็มีเวลาอีกเกือบชั่วโมง คุณแบมคงมาพอดี”

อมราวดีไม่ทันได้ตอบอะไรชายหนุ่มก็เดินนำไปต่อคิวซื้อบัตรทันที เธอเลยเดินตามไปยืนด้านหลังแต่พอคิวด้านหน้าขยับไปขยับมา มารู้ตัวอีกทีหญิงสาวก็มายืนเคียงข้างเขาเสียแล้ว

เธอได้แต่ย้ำกับตัวเอง... เก็บอาการหน่อยอมราวดีเอ๊ย...


น้ำมะนาวปั่นแก้วใหญ่หมดไปเป็นแก้วที่สองแต่ก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรต้มทรงเครื่องของอมราวดีกลับยังเหลือเต็มชาม เธอตอบตกลงทันทีที่เขาชวนไปลองร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเฟรนไชร์เจ้าใหม่ที่เปิดให้บริการบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ หารู้ไม่ว่ารสชาติมันเผ็ดร้อนขนาดไหน

“ไม่อร่อยหรือครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ตัวคนถามฉลองชามที่สองใกล้หมดไปแล้ว แต่อมราวดียังงมอยู่กับการคีบเส้นเผ็ดร้อนเข้าปากทีละนิด

ฟังน้ำเสียงเขาแล้วหญิงสาวได้แต่ยิ้มเจื่อน ไม่อยากให้เขารู้สึกผิดที่เลือกร้านนี้ ความผิดควรจะเป็นของเธอเองมากกว่าที่ไม่คุ้นเคยกับอาหารรสจัด

“คือฉันไม่ค่อยหิวน่ะค่ะ”
หญิงสาวโกหกคำโต พยายามคีบลูกชิ้นเข้าปากที่ยังแสบลิ้นไปหมด ตั้งแต่เช้ามามีแต่แซนวิชนไม่กี่คำตกถึงท้อง กับน้ำมะนาวปั่นอีกสองแก้ว ป่านนี้คงลงไปกัดแซนวิชหมดเกลี้ยงแน่แล้ว

เพื่อความรักต้องอดทนถึงขนาดนี้เชียวหรือ...
“แบมช้าจังป่านนี้ยังไม่มาอีก”
คนไม่หิวเปลี่ยนเรื่องคุย พอพูดจบก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายตามตัวเพื่อน แต่กลับไม่มีสันญาณตอบรับใดๆ
ตั้งแต่รู้จักบราลีมาก็ตั้งแต่สมัยเรียน เพื่อนไม่เคยผิดนัดแม้แต่ครั้งเดียว หากมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ ก็ต้องบอกกันบ้าง ไม่เคยหายไปเฉยๆ เหมือนในเวลานี้มาก่อนเลย

“โทรไม่ติดด้วย แย่จริง”
“คุณแบมอาจจะติดธุระรึเปล่าครับ”
“ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ งานของแบมไม่ค่อยแน่นอน บางทีอาจจะมีงานด่วนก็ได้”

หญิงสาวตอบแบบเป็นกลางไว้ก่อน มีบ้างเป็นบางครั้งที่อยู่ๆ เพื่อนก็ต้องแจ้นไปที่ทำงานในวันหยุดเพราะถูกตามตัวด่วน เมื่อวานก็ตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่าจะมาด้วยกันแน่ๆ มิหนำซ้ำบราลียังแซวไม่ขาดปากว่าไปตีเทนนิสวันเดียวก็ได้ครูฝึกเป็นเจ้ามือเสียแล้ว..

“เดี๋ยวฉันลองโทรเข้าหอพักของแบมดูดีกว่าถ้าไม่อยู่คงจะไปทำงานแล้วล่ะค่ะ”

เป็นไปดังคาด โทรศัพท์ที่หอพักก็ไม่มีคนรับสาย อดทนรออยู่หลายนาทีจนสายตัดไปสองรอบคนโทรถึงได้เงยหน้าบอกเจ้ามือด้วยน้ำเสียงหงอยๆ

“ไม่มีคนรับเลยค่ะ”

ชายหนุ่มยังไม่ได้ตอบอะไรเสียงจากหน้าโรงหนังก็ประกาศเรียกให้ผู้มีบัตรในรอบดังกล่าวเข้าโรงหนังได้ทั้งที่เลยเวลาฉายตามที่ระบุไว้บนหน้าบัตรไปกว่าห้านาทีแล้ว

“งั้นเราไปกันเลยดีกว่าครับ”
“อ้าว แล้วบัตรอีกใบ” หล่อนถามอย่างอดเสียดายแทนไม่ได้
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ช่างมันเถอะ”

หญิงสาวมองหน้าเจ้ามือด้วยความรู้สึกผิด นึกเคืองเพื่อนขึ้นมาหน่อยๆ ไม่น่าผิดนัดกันโดยไม่บอกกล่าว เลยตัดสินใจคว้าตั๋วส่วนเกินในมือชายหนุ่มมาถือไว้พร้อมกับบอกเขาอย่างมาดมั่น
“เดี๋ยวฉันจะไปจัดการแบมเองค่ะ”



นับตั้งแต่ไปเรียนต่อต่างประเทศจนกลับมาเริ่มทำงานทำการ อมราวดีแทบไม่ได้เฉียดใกล้โรงภาพยนตร์เลย โดยมากเธอจะมาเดินซื้อของกับบราลีมากกว่าพอมีใครชวนไปดูหนังที เธอก็ปฏิเสธไปเพราะคิดว่าตัวเองคงไม่ค่อยชอบดูหนัง แต่พอได้มานั่งเก้าอี้นุ่มๆ ตัวใหญ่เคียงข้างผู้ชายหล่อล่ำเข้าจริงๆ หนังบู๊ล้างผลาญตรงหน้าก็กลายเป็นน่าสนใจขึ้นมาทันที นี่ถ้ากลับไปเล่าให้บราลีฟัง มีหวังเพื่อนได้แซวไม่เลิกอีกตามเคย

มีอย่างที่ไหน เดทแรกผู้ชายดันพามาดูหนังต่อสู้ เลือดสาดกระจายท่วมจอขนาดนี้

พอคิดถึงคำว่า ‘เดท’ ขึ้นมา หญิงสาวก็หยุดความคิดของตัวเองแทบไม่ทัน เขาไม่ได้จงใจพามาเดทด้วยสักหน่อย ก็แค่โชคดี (หรือเปล่า) บราลีไม่ได้มาด้วย เธอเลยต้องมานั่งดูหนังกับเขาสองต่อสองเท่านั้นเอง ดังนั้นก็ไม่แปลกหรอกหากเขาจะเลือกหนังเลือดสาดตามความชอบส่วนบุคคล

พระเอกในจอยักษ์กำลังซุ่มโจมตีคนร้ายด้วยลีลากังฟูผสมกับใช้อาวุธสมัยใหม่ตามแต่โอกาสเอื้ออำนวย ผ่านฉากต่อสู้บู๊ล้างผลาญมาได้ครึ่งค่อนเรื่อง น้ำกับข้าวโพดคั่วถังใหญ่ในมือหญิงสาวก็หมดเกลี้ยง เหลือแต่น้ำแข็งก้อนๆ ให้หล่อนใช้หลอดเขี่ยเข้าปาก

ภาพยนตร์ใช้เวลาฉายประมาณสองชั่วโมงเศษ แต่เจ้ามือหันมาชวนหล่อนคุยเพียงสองสามครั้งเท่านั้นเกี่ยวกับฉากต่อสู้เลือกสาดในจอ และแทบจะไม่รอรับฟังความเห็นของหญิงสาวก็เบนความสนใจกลับไปยังจอภาพยนตร์ตามเดิม ทำเอาอมราวดีต้องหยิบข้าวโพดคั่วใส่ปากแก้หงุดหงิดเลยทีเดียว

ก๋วยเตี๋ยวเรือรสจัดจ้านลงถึงกระเพาะเพียงไม่กี่คำ ข้าวโพดคั่วเค็มๆ กับน้ำอัดลมเลยกลายเป็นของว่างล้างปากอีกทั้งประทังหิวชั้นดี หญิงสาวเริ่มอารมณ์ดีกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งเมื่อยามร่างกายได้รับพลังงาน

ฉากจบของภาพยนตร์ทิ้งท้ายไว้ที่ภาพตัวโกงของเรื่องรอดจากความตายราวปาฏิหาริย์โดยไม่รู้มีใครรู้ คล้ายจะทิ้งท้ายว่าอาจจะมีภาคสองตามมาหากหนังได้รับความนิยมมากพอ เลยจบทิ้งท้ายไว้ให้คนดูรอลุ้นไปในตัว

คุณไรซ์เดินยิ้มแย้มอารมณ์ดีออกจากโรงหนัง ผิดกับอมราวดีที่พยายามยิ้มสุดฤทธิ์แต่ไม่ค่อยจะไหวแล้ว
“ขอตัวเข้าห้องน้ำเดี๋ยวนะคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ท่าทางจะแยกไปเข้าห้องน้ำชายเช่นกัน แต่เธอไม่ได้หันไปมอง ตรงดิ่งเข้าห้องน้ำหญิงทันใด

น้ำอัดลมแก้วใหญ่เร่งปฏิกิริยาเร็วกว่าที่คาด ห้องน้ำหน้าโรงหนังเต็มไปด้วยคนเข้าคิวรอหนาแน่น อมราวดีใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่อยากให้เขารอนาน แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น

กว่าจะถึงคิวของเธอก็ใช้เวลานานพอสมควร พอเสร็จธุระยังไม่ทันได้ก้าวไปจากหน้ากระจกซึ่งมีอ่างล้างมือโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

หญิงสาวกดรับโดยไม่ทันได้ดูหน้าจอ เพราะคิดว่าคงเป็นบราลี แต่เสียงที่ตอบกลับมากลายเป็นเสียงผู้ชาย
“หนังสนุกไหมครับ น้องวดี”
“คุณวัชรพ”
“เรียกพี่วัชก็ได้ คนกันเองทั้งนั้น” อีกฝ่ายเอ่ยปากอย่างใจกว้าง แต่หล่อนไม่ได้รู้สึกดีไปด้วย
“คุณวัชมีธุระอะไรรึเปล่าคะ” หล่อนพูดเข้าเรื่องทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาถามว่าเขาได้เบอร์โทรศัพท์ของเธอมาจากไหน เพราะรู้ดีว่าเขาคงหามาได้ไม่ยาก

“หนังเลิกแล้วใช่ไหมครับ”
เขาถามไปอีกทาง หญิงสาวได้แต่ตอบกลับอย่างงงๆ
“ค่ะ”
“ไปทานข้าวกับผมต่อนะ”
เมื่อหญิงสาวไม่ยอมเรียกพี่ เขาก็กลับมาใช้สรรพนามเดิมเช่นกัน สุ้มเสียงยังอารมณ์ดีอยู่
“คุณวัชกลับไปแล้วไม่ใช่หรอคะ”
“ผมอยู่ที่ลานจอดรถ ถ้าหนังเลิกแล้วก็ไปทานข้าวด้วยกันดีกว่าน้องวดี”
paikaew
คณะกรรมการบริหาร
 
Posts: 29
Joined: Sat Dec 01, 2007 1:17 pm

Postby paikaew on Wed Feb 11, 2009 11:41 am

ถามขอเป็นเชิงสั่งของเขาถึงกับให้คนฟังขมวดคิ้วใส่กระจกตรงหน้า ก่อนจากกัน เขายังแซวไม่ขาดปากว่าหล่อนนัดพบคนรัก แล้วอยู่ๆ มาชวนทานข้าวเสียอย่างนั้น... เข้าตำราคนพาลเอาแต่ใจสิ้นดี

“ที่ไหนคะ อย่าบอกนะคะว่าคุณหญิงป้าให้มาชวน”
“คุณแม่ไม่เกี่ยวหรอก วันนี้ผมเบื่อๆ น้องวดีไปกับผมหน่อยแล้วกัน”
เขาพูดเอาแต่ได้ อมราวดีเลยต้องยืนกรานเสียงแข็งขึ้นมาหน่อยๆ
“ถ้าอย่างนั้นคงไปไม่ได้หรอกค่ะ ฉันมากับเพื่อน”
“ก็หนังเลิกแล้วนี่”

“ถ้าฉันจะแยกกับเพื่อนก็จะตรงกลับบ้านเลยค่ะ อ้อ... กลับเองได้คงไม่รบกวน”
“จะรีบกลับไปไหนนี่เพิ่งจะหัวค่ำเองนะ”
“เอาเป็นว่าวันนี้ไม่สะดวกก็แล้วกันค่ะ เท่านี้นะคะคุณวัช”
หญิงสาวอาศัยความรวดเร็วกดวางสายก่อนที่เขาจะทันพูดอะไรต่อ แต่เพียงไม่กี่วินาทีโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้นอีก
เขาไม่ได้โทรกลับมาแต่ส่งข้อความสั้นๆ มาแทน

‘ความลับไม่มีในโลก’
อมราวดีอ่านแล้วทั้งฉงน ทั้งหวั่นวิตกไปในคราเดียวกัน วัชรพกำลังเล่นอะไรกันแน่
หญิงสาวไม่รอช้ากดโทรศัพท์ต่อติดกลับไปหาเขาทันที
“อะไรกันคะคุณวัช ทำอะไรของคุณ”

“ก็เรายังคุยกันไม่จบ ผมเลยอยากทวนความจำหน่อย”
“อะไรอีกล่ะ”
“ไปทานข้าวกับผมสิน้องวดี”
“ฉันไม่ว่าง”

หล่อนตอบเสียงแข็ง เน้นชัดทุกพยางค์ แต่คนชวนกลับยังไม่รู้สึกรู้สา
“ก็ตามใจนะ ถ้าคุณอยากให้คุณหญิงผกากรอง แม่ของคุณรู้ว่าคุณควงผู้ชายแบบไหนเข้าโรงหนังละก็”
หญิงสาวอึ้งไปชั่วครู่ ไม่คิดว่าเขาจะรู้อะไรมากไปกว่าที่ได้เจอหน้ากัน ข้อสำคัญไม่คิดว่าจะใช้วิธีสกปกเช่นนี้
“ผู้ชายแบบไหนอะไรของคุณ”

“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยน้องวดี ผมเห็นหมดแล้ว คุณควงเทรนเนอร์มาดูหนัง ถ้าคุณหญิงรู้เข้าคงสนุกพิลึก”
“คุณวัช... อย่ามาพูดจาดูถูกคนอื่นนะ” หญิงสาวขึ้นเสียงใส่เขา ไม่คิดเลยผู้ชายหน้าตาท่าทางดีอย่างวัชรพจะชอบวุ่นวายเรื่องชาวบ้าน

“แหม... แตะต้องไม่ได้เลยนะ พูดถึงเท่านี้ทำเป็นเสียงเขียว เอาเถอะๆ ผมไม่อยากมีเรื่องกับคุณหรอก เอาเป็นว่าคุณบอกลาไอเทรนเนอร์นั่นซะ แล้วมาพบผมที่ลานจอดรถชั้นเดิม”
เขาบอกด้วยเสียงรื่นรมย์เต็มประดา ไม่เหมือนคนกำลังข่มขู่เลยแม้แต่น้อย
“ฉันไม่ว่าง ถ้าคุณคิดจะใช้วิธีพวกนี้มาขู่ละก็... ไม่สำเร็จหรอก”
อมราวดีตอบกลับอย่างท้าทายปลายสายคล้ายจะอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะพูดเสียงยานคางตอบกลับมาเบาๆ

“ตามใจ งั้นผมขับรถไปบ้านคุณดีกว่า อยู่คุยเป็นเพื่อนคุณหญิงผกากรองสักหน่อย รอจนกว่าคุณจะกลับบ้านคงจะดีเหมือนกัน อย่างน้อยคุณหญิงก็เชิญผมไว้หลายครั้งแล้ว”
“นี่คุณ... คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะได้ทุกอย่างที่ต้องการรึไง”
“อาจจะใช่ แต่ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่ต้องการ อย่างน้อยก็ใกล้เคียงกับของเดิม”

“คุณนี่จริงๆ เลยนะ ฉันถามหน่อยเถอะ นึกยังไงถึงอยากจะชวนฉันไปทานข้าวกะทันหัน หรือว่าคุณคิดจะจีบฉัน”
หญิงสาวโผล่งถามไปตรงๆ ทั้งที่หวั่นเกรงคำตอบ หากเขายอมรับเธอคงไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
“ผมหาเพื่อนทานข้าว”
“ไว้โอกาสหน้าดีกว่าค่ะ”
“ผมจะรอที่ลานจอดรถสิบนาที ถ้าคุณไม่มาคงรู้นะว่าผมจะไปไหนต่อ”
คนรอตัดสันญาณโทรศัพท์ลงทันทีทิ้งให้หญิงสาวยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ในห้องน้ำตามลำพัง



“มีอะไรรึเปล่าครับ หน้าตาเครียดเชียว”
เจ้ามือเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นอมราวดีเดินออกจากห้องน้ำ เขาเสร็จธุระส่วนตัวนานแล้วมายืนรอหน้าโรงภาพยนตร์พักใหญ่กว่าหญิงสาวจะเดินออกมา

คนถามอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใสเพราะเพิ่งได้ชมหนังเรื่องโปรด แต่หญิงสาวกลับหน้าตาเหยเกเลยอดถามไม่ได้
“หนังไม่สนุกเหรอครับ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คือว่า...”

อมราวดีถอนหายใจดังเฮือกก่อนจะอ้าปากพูดทำลายโอกาสตัวเองครั้งใหญ่
“ที่บ้านโทรมาตามค่ะ บอกว่ามีธุระด่วน คงต้องรีบกลับแล้ว”
“อ้าว... ผมว่าจะชวนคุณหนูดีไปเดินซื้อของอยู่เชียว”
“คงจะไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ขอโทษด้วยจริงๆ ต้องกลับแล้วค่ะ”

อมราวดีมองหน้าเขาด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง ใครบ้างจะไม่อยากเดินเคียงข้างผู้ชายอย่างเขาเพื่อเลือกซื้อของ ลำพังแค่มาชมภาพยนตร์ก็ยังมีสายตาหลายคู่มองเขาอย่างเผลอๆ บางคนถึงกับมองตามจนเหลียวหลังราวกับว่าเขาเป็นคนดังอย่างนั้นแหละ

หากสำหรับอมราวดีแล้ว เขา... มีดีมากกว่านั้น...
“ให้ผมไปส่งแล้วกันนะครับ”
เขาอาสาทันที ทำให้อมราวดีใจชื้นขึ้นมาก อยากไปกับเขาใจแทบขาด แต่ก็ไม่อาจเสี่ยงให้วัชรพทำอะไรบ้าๆ ได้เช่นกัน
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้”

หญิงสาวรีบบอกปัดเสียงตะกุกตะกัก หล่อนไม่อยากโกหก โดยเฉพาะกับคนพิเศษเช่นเขา เปลือกตาสีชมพูจางๆ กระพริบถี่อย่างร้อนรนไม่ได้นึกอยากไปพบวัชรพเลยสักนิด เห็นทีต้องจัดการให้เด็ดขาดเสียแล้ว

...มีความรักทั้งที่ช่างมีอุปสรรคเสียจริง...
“ผมไปส่งดีกว่า”
เขายืนกรานคำเดิมอย่างมีน้ำใจ อมราวดีได้แต่ฝืนยิ้มเฝื่อนๆ ส่งให้
“ฉันให้รถที่บ้านมารับแล้วค่ะ”
“อ้อ... รับที่ไหน เดี๋ยวผมเดินไปส่งก่อนแล้วกัน”
“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ ฉันเกรงใจคุณไรซ์ เราแยกกันตรงนี้แล้วกันนะคะ แล้วพรุ่งนี้พบกันที่สปอร์ตคลับ”
“พรุ่งนี้ผมหยุด”

ชายหนุ่มเอ่ยช้าๆ แฝงความไม่พอใจในน้ำเสียงหน่อยๆ คล้ายจะน้อยใจ... วันหยุดของเขาแท้ๆ หล่อนกลับจำไม่ได้
“อ้าว ไหนว่าหยุดวันจันทร์” หล่อนหลงกลรีบถามกลับทันที แล้วก็ได้รอยยิ้มละไมเป็นรางวัลแห่งความจำดีเลิศ
“ปกติวันจันทร์ แต่พรุ่งนี้ผมลางาน”

“วันอาทิตย์ก็ได้ค่ะ” หญิงสาววกกลับมาที่เริ่มเดิมก่อนที่ตัวเองจะหน้าแดง “นะคะคุณไรซ์ฉันขอโทษจริงๆ ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องไม่คาดฝันแบบนี้”

“คุณดูรีบๆ ยังไม่รู้ นี่อย่าบอกนะครับว่ามีนัดกับหนุ่มที่ไหนต่ออีก”
“คุณไรซ์!!”
อมราวดีร้องเสียงสูงเหมือนเห็นผี หัวใจกระตุกวาบหรือเขาสงสัยอะไรบางอย่าง...
ไม่หรอกน่า อีกใจหล่อนค้านขึ้น เขาจะได้ยินเธอคุยโทรศัพท์ในห้องน้ำหญิงได้อย่างไร
“แหม... ผมล้อเล่น คุณนี่ทำหน้าซีดไปได้”

ไรซ์ดักคอด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ชอบใจที่แกล้งหล่อนได้ หญิงสาวได้แต่คลี่ยิ้มบางๆ ส่งให้เขา ไม่ร้จะพูดอะไรต่อ
นี่หากเขารู้ว่าหล่อนมีนัดกับผู้ชายอีกคน (โดยไม่คาดฝัน) ขึ้นมาจริงๆ ไม่รู้ครูฝึกคนเก่งของเธอจะว่าอย่างไรหนอ...
ไม่แน่นะ เขาอาจดีใจก็ได้ ที่ไม่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่เขาไม่ได้อยากนัดพบอย่างเธอก็ได้... หญิงสาวคิดอย่างน้อยใจตัวเองหน่อยๆ หล่อนยังไม่ลืมหรอก เขาคงอยากพบบราลีมากกว่าเธอ

เจ้ามือหนุ่มดุเหมือนจะเข้าใจในความจำเป็นของหญิงสาวได้ไม่ยากนัก เขายอมแยกจากเธอที่หน้าโรงหนังง่ายดาย เอ่ยปากว่าจะไปแวะไปแผนกอุปกรณ์กีฬาหาดูรองเท้าผ้าใบสักคู่ อมราวดีได้แค่เอ่ยปากขอบคุณเขาแล้วก็เร่งเดินกลับมายังลานจอดรถที่นัดวัชรพไว้ตั้งแต่ต้น

พอหล่อนเดินถึงลานจอดรถ วัชรพกะเวลาพอเหมาะพอเจาะขับรถมาเทียบท่าเสียดิบดี ผิดกับสีหน้าเรียบตึงของหญิงสาว
เขาก้าวลงจากรถมาเปิดประตูด้านเคียงข้างคนขับให้อย่างเอาใจ แต่อมราวดียังยืนนิ่งงัน ไม่คิดจะขยับตัวไปไหน

“เชิญครับน้องวดี” เขาเชิญชวนพลางผายมือให้หญิงสาวราวกับหล่อนเป็นเจ้าหญิงคนสำคัญกำลังก้าวขึ้นสู้รถฟักทองของเขา
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะคุณวัช” หญิงสาวบอกเขาเสียงกระด้าง

“น้องวดีว่าอะไรนะครับ”
“คุณก็ได้ยินแล้ว ฉันจะไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น”
paikaew
คณะกรรมการบริหาร
 
Posts: 29
Joined: Sat Dec 01, 2007 1:17 pm

Postby awakia on Sat Feb 21, 2009 7:26 pm

อ่านจบแล้ว ทุกเรื่องเลย ชอบมาก เลยไปตามอ่านที่บล๊อกด้วยค่ะ แต่เห็นไม่ได้อัพมานาน แล้ว ไปเจอผลงานที่เป็น shortstory มั้งคะ เรื่อง "ตีตั๋วหัวใจ" ค่ะ อ่านแล้วค้างมากเลย จะมาอัพเรื่องนี้ต่อไหมคะ ชอบทุกเรื่องที่ พี่ไผ่แก้ว แต่งมากเลย (ขออนุญาติเรียกพี่นะคะ อิิอิ) เห็น "เพลิงรัก สีกุหลาบ" ในเว็บ ยาหยี อ่ะคะ เลยว่าจะไปซื้อมาอ่านต่อ อ่านแล้วค้างต้องรีบไปหา 55+ รออ่านตอนต่อไปอยุ่นะคะ อิิอิ
awakia
 
Posts: 3
Joined: Sun Oct 12, 2008 10:48 pm

Postby PangBoorin on Wed Feb 25, 2009 4:10 pm

ทำไมเรื่องนี้อัพช้าจัง รออ่านคุณไรซ์อยุนะ 55+
PangBoorin
 
Posts: 3
Joined: Sun Nov 30, 2008 10:14 am


Return to นับหนึ่งถึงหัวใจ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron