Welcome
Welcome to <strong>novelhot</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ตอน 3

นิยายใหม่จากไผ่แก้วค่ะ

ตอน 3

Postby paikaew on Wed Feb 11, 2009 11:33 am

[size=150]เขานั่งลงใช้หัวเข่ายันพื้นข้างกายหญิงสาว มือก็ยกขึ้นแตะต้นแขนเรียวเบาๆ พอให้เธอรู้สึกตัวแต่คนมึนหัวไม่ค่อยรับรู้อะไรแล้วเอาแต่หลับตาปี๋ทั้งที่ใจจริงอยากจะลืมตามองเขาใจแทบขาด

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับคุณไรซ์” เสียงใครก็ไม่รู้วิ่งมาสมทบอีกคน หญิงสาวได้ยินเสียงทุ้มๆ จากชายหนุ่มใกล้ตัวตอบกลับไป

“คุณผู้หญิงเป็นลม คุณช่วยหา...” เขาพูดไม่ทันจบเสียงแรกก็ตอบกลับมาทันที

“ถ้าอย่างนั้นพาไปพักผ่อนด้านนี้ก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะหาพวกยาดมยาหม่องให้”

อมราวดีไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตนเองบ้าง แต่ที่แน่ๆ หล่อนยืนยันได้ว่ายังไม่ถึงขั้นเป็นลมอย่างชายหนุ่มว่าแม้แต่น้อย คนเป็นลมจะฟังคนอื่นคุยกันรู้เรื่องได้ยังไง

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร” หล่อนบอกเขาเสียงค่อย เอ... ทำไมถึงได้ยินเสียงตัวเองสั่นนักก็ไม่รู้

หญิงสาวลืมตามองใบหน้าคมคายของเขาอีกครั้ง คราวนี้ได้เห็นเขาเต็มตา หยาดเหงื่อพราวเกาะบนดวงหน้ารูปไข่ของชายหนุ่มแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังดูหล่อเหลาชวนมองใช่ย่อย

“หน้าซีดนะครับคุณหนูดี”

อมราวดีหูพึ่ง ใจมาเป็นกอง หนึ่งสัปดาห์ที่เฝ้าตามหาเขาไม่ได้สูญเปล่าเมื่อได้ยินเขาเรียกชื่อเธอเต็มสองหู

“คุณจำชื่อฉันได้ด้วย” หล่อนเอ่ยแกมปิติแต่เขาคงไม่ได้ใส่ใจฟังเพราะมัวแต่ขยับกายเข้ามาใกล้จะพยุงหญิงสาวลุกขึ้นยืน

มือหนาของคุณไรซ์โอบประคองช่วงหลังของเรือนร่างบางอีกครั้ง อมราวดีนึกอับอายหน่อยๆ ในความเขลาของตนเอง
“ผมจำได้ แต่คุณกลับลืมว่าอย่าเพิ่งกระโดดลงจากเครื่องออกกำลังกายทันทีที่หยุดมันจะทำให้คุณเวียนหัว แล้วนี่อย่าบอกนะว่าหักโหมเล่นมาตลอดเลย”

อมราวดีทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยกับคำบอกกล่าวกึ่งๆ จะต่อว่าของเขา แต่เนื่องจากเขาโผล่มาช่วยชีวิตหล่อนอีกครั้งเลยพอจะให้อภัยได้

“เปล่าซะหน่อย” หล่อนปฏิเสธอ้อมแอ้มในลำคอ ไม่อยากยอมรับว่าเขาพูดถูกทุกอย่าง

ก็มัวแต่อารมณ์เสียเลยไม่ทันได้คิดอะไรทั้งนั้น ลืมได้แม้แต่คำพูดของคนที่อยากจะพบหน้ามาตลอดสัปดาห์
แต่ว่านะ... ถ้ารู้ว่าลืมกฎทองแล้วดีอย่างนี้ละก็... หล่อนจะลืมเสียตั้งแต่วันแรกแล้ว

อมราวดีรู้สึกว่าตัวเองแก้มขึ้นสีเล็กน้อยเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของเขา คุณไรซ์คนดีไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการช่วยให้เธอลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปนั่งพักยังเก้าอี้ใกล้เท่านั้น

แม้เขาจะถูกต้องเนื้อตัวเธอไปบ้างแต่ก็ทำไปด้วยความจำเป็น นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวนึกนิยมชมชอบในตัวเขายิ่งขึ้นไปอีก
พอนั่งลงบนเก้าอี้ซึ่งเป็นม้านั่งตัวยาวใหญ่แบบไม่มีพนักพิงแล้ว พนักงานคนเดิมก็วิ่งกลับมาพร้อมกับยาสามัญประจำบ้านอันประกอบไปด้วยยาดมและยาหม่องตามที่เอ่ยปากไว้จริงๆ

คุณไรซ์ไม่รอช้าหยิบยาดมขึ้นเปิดฝายกขึ้นจ่อตรงจมูกหญิงสาวทันที

ตอนแรกอมราวดีเริ่มออกอาการเขินอายไม่อยากให้เขาต้องมาเอาใจเธอถึงเพียงนี้ แม้จะเป็นการเอาใจในแบบของการปฐมพยายามก็เถอะ แต่พอเขานั่งลงเคียงข้างและไต่ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยไม่ขาดปากเธอก็เลยยอมนั่งเฉยๆ ให้เขาเอาใจอย่างเก้อเขินเล็กน้อย

ยาดมหลอดสีเขียวๆ ราคาไม่กี่ตังค์กลับทำให้เธอรู้สึกสดชื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จะว่าหล่อนน้ำเน่าก็เอาเถอะ แต่การได้ใกล้ชิดเขาแม้เพียงไม่กี่นาทีมันทำให้โลกดูสดใสขึ้นเป็นกอง แม้ในสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ก็ตาม!!

“ไหวไหม รู้สึกดีขึ้นรึยังครับ”
หญิงสาวพยักหน้ารับ แหม... อยากบอกใจจะขาด รู้สึกดีสุดๆ ตั้งแต่ได้เห็นหน้าเขาแล้ว แต่กลัวคุณไรซ์คนดีจะใส่เกียร์ถอย เผ่นแน่บไปเสียก่อนน่ะสิ

“ค่ะ ค่อยยังชั่วแล้ว ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่”
“หน้าที่?” หญิงสาวเอ่ยทวน ก่อนจะเริ่มสังเกตคุณไรซ์ชัดๆ เต็มตา

เขาสวมเสื้อกีฬาแขนสั้นคอกลม ตรงอกเสื้อมีโลโก้ของสปอร์ตคลับติดอยู่ ไม่ต่างจากพนักงานส่วนใหญ่ของที่นี่สวมกัน ผิดกันแค่ตรงที่เขาไม่ได้ติดบัตรพนักงานเท่านั้น

“อืม ค่ะ” หญิงสาวถึงบางอ้อ “แล้วแบบนี้เสียเวลางานคุณรึเปล่าค่ะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”
“เวลางาน?” เขาทวนคำงงๆ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ “อ๋อ ไม่เป็นไรครับ ช่วงนี้ไม่ยุ่งเท่าไหร่”

“แต่ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ แล้วก็ขอบคุณด้วย เจอคุณทีไรฉันซุ่มซ่ามทุกทีสิน่า” อมราวดีบอกเขาอย่างเขินๆ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยแม้แต่น้อย

“แต่ผมเจอคุณทีไร ก็ได้เป็นฮีโร่ทุกที” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ อวดตัวเองหน่อยๆ แต่ชวนขันเสียมากกว่า
อมราวดีหัวเราะออกมาหน่อยๆ กับฮีโร่ของเธอ เขาจะรู้บ้าง เขาได้กลายเป็นคนสำคัญในใจของเธอไปเสียแล้ว

“ว่าแต่คุณทำไมถึงออกกำลังกายหักโหมนักล่ะครับ เพิ่งมาถึงไม่นานเองไม่ใช่หรือ แบบนี้ร่างกายปรับสภาพไม่ทันนะครับ แล้วมันก็อันตรายมากด้วย”

อมราวดีกรอกตาไปมาเถียงไม่ออก คนเราเวลาอารมณ์ไม่ดีมีใครมานั่งคิดถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกันบ้างเล่า

“ฉันลืมไปแล้วฉันก็เครียดๆ ด้วยช่วงนี้” หล่อนแก้ตัวอุบอิบ

“ไม่ทราบว่าคุณหนูดีทำงานอะไรครับ”

อมราวดีเกือบจะเอ่ยปากบอกตำแหน่งที่แท้จริงออกไป หากไม่ติดว่าเพิ่งได้รู้ว่าเขาทำงานอะไรปากเลยตอบให้สั้นที่สุด
“เป็นสาวออฟฟิศค่ะ”

หล่อนไม่ได้โกหกนะ สาวออฟฟิศตำแหน่งรักษาการณ์ประธานกรรมการแทนมารดาในบริษัทนำเข้าเสื้อผ้ายี่ห้อดังเท่านั้นเองที่ไม่ได้พูดถึงและไม่จำเป็นต้องขยายความให้มากเรื่อง

“งานยุ่งหรือครับ”

หญิงสาวคันปากยิกๆ เรื่องงานน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่เรื่องความคิดถึงนี่สิ... มันทำให้หล่อนเครียดขึ้นมาจริงๆ
“ก็นิดหน่อยค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็คิดถูกแล้วที่มาผ่อนคลายด้วยการเข้าสปอร์ตคลับ” เขาเอ่ยอย่างชื่นชม “คุณรู้ไหมเวลาเราออกกำลังกายร่างกายจะหลังสารเอนโดรฟินออกมาทำให้เรารู้สึกมีความสุข นอกจากร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้วยังช่วยให้สุขภาพใจดีขึ้นอีกด้วย”

...รู้สิ... ตอนนี้ร่างกายของเธอก็กำลังหลั่งสารแห่งความสุขไปทั่วทุกอณูแล้ว... เพราะเขาโดยแท้...
หญิงสาวได้แค่คิดส่วนริมฝีปากเพรียวบางกลับพูดไปอีกอย่าง
“เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องมาบ่อยๆ เสียแล้ว”
“ยินดีต้อนรับเลยครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงนุ่มชวนฟัง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก กับดวงตาคมๆ มองมาด้วยสายตาอ่อนโยน ทำเอาหญิงสาวแทบละลายหายไปตรงนั้นเลย ดีที่เขาเปลี่ยนเรื่องพูดเสียก่อน

“แต่ผมว่าตอนนี้คุณหนูดีควรจะพักก่อน แล้วก็หาเกลือแร่มาจิบสักหน่อยจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นนะครับ”

“เกลือแร่หรือคะ ฉันมีมาแต่น้ำแร่”

“ต้องเกลือแร่ครับ สำหรับผู้ที่เหงื่อจากการออกกำลังกายไง ชดเชยเหงื่อที่ร่างกายขับออกมา นี่แสดงว่าคุณไม่ได้ดื่มน้ำเลยใช่ไหม”

“ก็จิบนะ” หล่อนเถียงเสียงแผ่วในลำคอ
“นานรึยัง”
“จำไม่ได้แล้วค่ะ”

หญิงสาวเริ่มเถียงไม่ออก ตั้งแต่เที่ยงหล่อนกับบราลีเพิ่งจัดการกับอาหารขยะไปคนละชุดใหญ่ ยังดีที่ไม่ได้ดื่มน้ำอัดลมเท่านั้น พอมาถึงสปอร์ตคลับก็แทบไม่ได้แตะต้องอาหารหรือเครื่องดื่มใดๆ อีกเลย

“แต่ฉันมีน้ำแร่ติดมาสองขวด”
“น้ำแร่ก็ได้ครับ ขวดนั้นใช่ไหม”

คุณไรซ์ลุกขึ้นตรงไปหยิบน้ำแร่ฝรั่งเศสอะไรสักอย่างซึ่งเป็นสมบัติของบราลีกลับมาส่งให้หญิงสาว เธอรับมันมาเปิดแล้วยกขึ้นดื่มอย่างประหม่า

“อย่าเพิ่งดื่มมากนะครับ ใช้จิบบ่อยๆ จะดีที่สุด”
คุณไรซ์บอกเป็นเชิงสั่งอีกรอบ แต่หล่อนกลับไม่เบื่อที่จะฟังเลย
น้ำแร่จืดชืดหมดไปเกือบครึ่งขวดแล้วกว่าที่ก้างชิ้นโต เอ๊ย บราลีเดินกลับเสียก่อน

เพื่อนหนอเพื่อน ตอนเธอเดือดร้อนเคยเห็นหัวเสียที่ไหน แต่เอาเถอะ เห็นแก่ที่ทำให้คุณไรซ์คนดีได้กลายเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวมาช่วย เธอจะยอมยกโทษให้บราลีสักครั้ง

“น้ำมาแล้วหนูดี รอนานรึเปล่า พอดีฉันเปลี่ยนใจสั่งน้ำผลไม้รวมปั่นแทน กว่าเค้าจะหาผลไม้รวมได้ครบตามสั่งก็เลยนานไปหน่อย ไม่รู้ว่าถึงกับต้องลงสวนเลยรึเปล่านะนานจริงๆ”

บราลีพูดจ๋อยๆ ในมือถือแก้วน้ำผลไม้ปั่นแก้วใหญ่มาสองแก้ว ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ นอกไปจากการจ้องหน้าผู้ชายหล่อล่ำที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อนอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ขอบใจนะ ฉันคิดว่าเธอกลับไปแล้วเสียอีก ไปนานจริงๆ” อมราวดีอดประชดประชันไม่ได้ ระหว่างนั้นก็ยังเอื้อมมือไปรับน้ำผลไม้เย็นฉ่ำมาไว้ในมือแต่คนส่งให้ก็ยังส่งสายตาบุ้ยใบ้ผิดปกติ

หญิงสาวเบ้ปากเล็กน้อยให้เพื่อนก่อนจะเอ่ยปากแนะนำ

“คุณไรซ์คะ นี่แบมเพื่อนของฉันเอง แบมนี่คุณไรซ์ เป็นเทรนเนอร์ของที่นี่”

อมราวดีเห็นเพื่อนส่งยิ้มกว้างขวางให้เขา เปลี่ยนแก้วน้ำในมือไปไว้มือซ้ายเพื่อจะยื่นมือข้างถนัดออกไปหาชายหนุ่ม

เทรนเนอร์ หรือว่าครูฝึกทำหน้างงเล็กน้อย แต่ก็ยื่นมือออกไปจับมือทักทายบราลีแต่โดยดี วินาทีนี้ไม่รู้ว่าอมราวดีคิดไป
เองหรือไม่ แต่เธอเห็นสาวตาของเขาจ้องบราลีไม่วางตาเช่นเดียวกับดวงตาหวานเชื่อมของเพื่อนที่ส่งออกไป

“มีแต่น้ำผลไม้เหรอ น้ำเกลือแร่มีขายไหมแบม” หล่อนเอ่ยถามเพื่อนเสียงแข็งเล็กน้อย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้สึกได้ ทั้งเพื่อนและชายหนุ่มเพียงแค่ปล่อยมือจากกันเท่านั้นแต่ยังส่งยิ้มให้กันไม่หยุดหย่อน

“ไม่รู้สิหนูดี ฉันซื้อมาแค่นี้ เธออยากได้ก็ลองเดินไปถามดูสิ”

บราลีโยนกลองให้เพื่อน เหมือนจะไล่ส่วนเกินอยู่กลายๆ ปากพูดกับเธอ แต่สายตากลับยังมองชายหนุ่มอยู่เกือบตลอดเวลา

อมราวดีไม่ได้อยากเดินจากไปเลยแม้แต่น้อย ทว่าคุณไรซ์แสนดีกลับเห็นด้วยเสียอีก
“ผมว่าดีเหมือนกันนะครับ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีจำหน่ายที่เคาท์เตอร์น้ำเหมือนกัน”

ชายหนุ่มพูดถึงขนาดนี้แล้วหล่อนจะทำอะไรได้นอกจากลุกขึ้นเดินตรงไปยังบาร์น้ำ นึกหวังเล็กน้อยให้มีใครสักคนเอ่ยห้าม เพราะเธอยังจัดว่าเป็นคนที่เพิ่งลมอยู่นะ

แต่เปล่าเลย... เพื่อนตัวแสบดันพูดไม่เข้าหูเสียอีก
“เอามาเผื่อฉันด้วยสักขวดนะหนูดี”

อมราวดีแทบจะถอนหายดังเฮือกเสียตรงนั้น แต่ทำได้แค่ลุกขึ้นยืนเอ่ยขอตัวเบาๆ
“งั้นเดี๋ยวฉันมานะ”



ไม่ถึงห้านาทีต่อมาหญิงสาวก็กลับมาพร้อมกับเครื่องดื่มเกลือแร่สำเร็จรูปสามขวด ขวดแรกเปิดดื่มไปหมดแล้วเรียบร้อย พอเดินมากลับมายืนตรงหน้าเพื่อนได้ บราลีก็เปิดฉากต่อว่าทันที

“อะไรกันหนูดี เธอเป็นลมทำไมไม่บอกฉันสักคำ”
“ฉันแค่...”
หญิงสาวจะอ้าปากอธิบายให้เพื่อนฟัง แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ถ้าขืนบอกไปว่าหล่อนตกหลุมรักครูฝึกหล่อล่ำเสียตั้งแต่แรกเห็นมีหวังบราลีได้หัวเราะสามวันไม่เลิก

“แค่อะไร ฉันบอกแล้วใช่ไหม อย่าเพิ่งหักโหมไม่รู้จะอยากลดความอ้วนอะไรนักหนา”
“หา...” คนจะสารภาพอ้าปากค้าง... วิตกจริตไปได้เพื่อนไม่ได้สงสัยอะไรเลยเสียหน่อย
“ไม่หาล่ะ นี่ดีนะได้คุณไรซ์ช่วยไว้ไม่อย่างนั้นคงได้หามเธอส่งโรงพยาบาลแล้วละมั้ง”
“เวอร์ไปแล้วแบม ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากเสียหน่อย แล้วนี่ก็หายดีแล้วด้วย”

อมราวดียืนยันเสียงเข้มแข็ง หล่อนไม่ได้เป็นอะไรแล้วจริงๆ อันที่จริง ความไม่สบายกายมันหายไปทุกอย่างนับตั้งแต่ได้ยาของหัวใจนามว่าคุณไรซ์คนนี้แล้วด้วยซ้ำ

“แน่ใจนะครับว่าไม่เป็นไรแล้ว” ไรซ์ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ แสดงความห่วงใยจนคนป่วยใจชื่นขึ้นมาเป็นกอง

“ค่ะ สบายดีแล้วล่ะค่ะ”
“แล้ววันนี้รีบไปไหนรึเปล่าครับ”
“ก็... ยังไม่มีโปรแกรมเลยค่ะ อาจจะไปว่ายน้ำต่อ”

หญิงสาวอยากพูดต่อแทบขาดใจ... ถ้าเขาชวนไม่ว่าที่ไหนหล่อนก็จะไป แต่บราลีตอบแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ฮั่นแน่จะชวนไปไหนเหรอคะ บอกเสียก่อนนะคะว่าต้องไปรับบัตรคิวก่อน พอดีช่วงนี้เป็นสาวคิวทองเสียด้วยสิ”

คำพูดเจือมุขตลกฝืดๆ กลับทำให้คุณไรซ์ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างครื้นเครง มิหนำซ้ำยังรับมุขเป็นเชิงทีเล่นทีจริงเสียอีก

“เห็นทีผมต้องรีบขอบัตรคิวเสียแล้ว”

สองชั่วโมงให้หลัง สองเพื่อนซี้ใช้เวลาอยู่ในสระว่ายน้ำ ความเย็นฉ่ำของสายน้ำช่วยให้ใจของอมราวดีเย็นลงมาก ประกอบกับอัศวินของหล่อนเอ่ยปากขอตัวไปหลังจากนั่งคุยเล่นอยู่ชั่วครู่หนึ่งเพื่อรับรองลูกค้าที่มาใช้บริการสนามเทนนิส
และแล้วอมราวดีก็ได้รู้เสียที่ว่าทำไมหล่อนถึงตามหาเขาไม่พบตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เขาเป็นครูฝึกในสนามเทนนิส แล้วหล่อนเคยแต่ตีแบดมินตัน ไม่เคยเยี่ยมหน้าไปสนามข้างๆ สักทีไงเล่า

“นี่หนูดี พูดถึงคุณไรซ์แล้ว เท้... เท่ห์เนอะว่าไหม”

บราลีว่ายน้ำเข้ามาหาเพื่อนที่ยังเอาแต่เดินไปเดินมาในสระว่ายน้ำไม่ยอมว่ายจริงๆ จังๆ เสียที

“ก็ดี” อมราวดีตอบให้สั้นที่สุดเพราะไม่รู้ว่าเพื่อนกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

“หน้าตาก็ดี รูปร่างนี่ โหย... ไม่ต้องพูดถึงเลย หุ่นอย่างกับนักกีฬาทีมชาติ ชวนฝันเสียไม่มี”

“เธอเคยเจอนักกีฬาทีมชาติตัวเป็นๆ ด้วยเหรอแบม”

“ไม่เคยก็รู้ย่ะ ต้องหุ่นประมาณนี้แหละ แล้วนี่แถมหน้าตาดีเข้าไปด้วย โอ๊ย... เห็นแล้วอยากจะคลั่งว่าไหมหนูลี”

“เธอนี่บ้าผู้ชาย”

อมราวดีบอกปัดอุบอิบ คนชวนคุยเลยเดินมาดักหน้าดักหลังไม่ยอมให้เดินหนีไปจุดอื่นของสระอีก

“นี่อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้สึกอะไรกับคุณไรซ์เค้าเลย”

คำถามของเพื่อนเหมือนจะแทงลงกลางใจของเธออย่างจัง ปกติเธอไม่เคยมีความลับกับเพื่อน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็
อยากเล่าให้เพื่อนฟังใจจะขาด แต่ก็กลัวจะโดนหัวเราะเยาะเสียก่อน โทษฐานหลงรักคนง่ายผิดปกติ

“จะให้ฉันรู้สึกอะไรอีกล่ะ”
“แหม... เธอนี่สาวน้ำแข็งตัวจริงเลยนะหนูดี หล่อระดับเทพขนาดคุณไรซ์ เธอยังไม่หวั่นไหวสักนิดเลยเหรอ”
“ฉันไม่ได้บ้าผู้ชายอย่างเธอนี่แบม”

คำเหน็บแนมของเธอไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อบราลี ยังคงหัวเราะร่าแหย่เพื่อนได้อีก
“ให้มันจริงเถ๊อะ...”
“แน
paikaew
คณะกรรมการบริหาร
 
Posts: 29
Joined: Sat Dec 01, 2007 1:17 pm

Postby paikaew on Wed Feb 11, 2009 11:34 am

“ให้มันจริงเถ๊อะ...”
“แน่นอนอยู่แล้ว” อมราวดีโกหกหน้าตาเฉย
“แต่จะว่าไปเค้าออกจะเหมาะกับเธอนะว่าไหมหนูดี”

“บ้า...” หญิงสาวร้องอุทานทั้งที่ในใจเริ่มเต้นแรงกับความคิดประหลาดแต่โดนใจของเพื่อน “คิดอย่างนั้นเลยเหรอ”
“ก็มันจริงๆ นี่ ฉันว่าเขาก็น่ารักดีนะ เหมาะกับเธอออก”
อมราวดีค่อยรู้สึกดีขึ้นมาก หล่อนหลงคิดว่าเพื่อนมาเล็งฮีโร่ของเธอเสียแล้ว
“ฉันคิดว่าเธอสนใจเค้าเสียอีก”

“ก็สนใจอยู่หรอก... แต่ไม่ดีกว่า”

หญิงสาวอยากจะโต้ว่าไม่อยากจะเชื่อ แต่พอคิดดูอีกที คุณสมบัติสำคัญที่สุดของผู้ชายในสายตาของบราลีมีเพียงข้อเดียวเท่านั้น... ความร่ำรวย

ลำพังเงินเดือนครูฝึก (ถึงแม้จะเป็นครูฝึกในสปอร์ตคลับหรูหราก็ตาม) คงจะเดือนละไม่เท่าไหร่หรอก สู้รายได้ของบราลีได้รึเปล่าก็ไม่รู้

ว่าแล้วคนที่เพื่อนเพิ่งประกาศว่าไม่สนใจก็เยี่ยมหน้ามาหาสองเพื่อนซี้ราวกับรู้คิวว่ากำลังมีคนพูดถึงอยู่
“ผมมารบกวนรึเปล่าครับ”

“ไม่หรอกค่ะ คุณไรซ์ ถ้าสนใจจะลงมาเล่นน้ำด้วยกันก็ได้นะคะ” บราลีชักชวนเสียงใสจนเพื่อนเริ่มกลับมาหมั่นไส้หน่อยๆ

“เห็นจะไม่ได้จริงๆ ครับ แต่ผมอยากจะแวะถามว่าคุณแบมกับคุณหนูดีสนใจเรียนโยคะร้อนไหมครับ ทางเราเพิ่งเปิดใครบริการเป็นครั้งแรกวันนี้เอง”

อมราวดีมองใบหน้าคมคายอย่างเผลอไผล แทบจะจับใจความสิ่งที่เขาพูดไม่ได้เลย เห็นทีอาการหล่อนจะหนักขึ้นทุกวัน
“โยคะร้อนเหรอคะ” บราลีทวนคำก่อนจะหันมาถามความเห็นจากเพื่อน “ก็ดีเหมือนกันเนอะหนูดี เล่นน้ำเริ่มจะหนาวแล้ว
เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”

อมราวดียังไม่ทันอ้าปากตอบคนถามก็รีบหันหน้ากลับไปส่งยิ้มละไมหยดให้คนชวน ตอบเองเสร็จสรรพ
“จัดที่ไหนเหรอคะ แล้วคุณไรซ์ไปด้วยรึเปล่า”

คนเงียบๆ ฟังเพื่อนจีบปากจีบคอแล้วอยากประกาศตนใจจะขาด... พอที... หยุดยิ้มหวานให้เขาได้แล้ว ไม่สนใจเขาก็อยากทำให้เขาหวั่นไหวสิ

“ผมมีนัดกับลูกค้าอีกรายครับ แต่แวะมาโฆษณาให้คนจัดเค้าหน่อย เผื่อคุณสองคนจะสนใจ”
“แหม คุณไรซ์ชวนทั้งที่ไม่ไปได้ยังไงคะ”

บราลีตอบเสียงใสกลับไป ยิ้มให้เขาทั้งปากทั้งตา
นี่น่ะหรือ... ที่ว่าไม่สนใจเขา...
paikaew
คณะกรรมการบริหาร
 
Posts: 29
Joined: Sat Dec 01, 2007 1:17 pm


Return to นับหนึ่งถึงหัวใจ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron