Welcome
Welcome to <strong>novelhot</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ตอน1

นิยายใหม่จากไผ่แก้วค่ะ

ตอน1

Postby paikaew on Wed Feb 11, 2009 11:30 am

“ไปเถอะ นะหนูดี ไปเป็นเพื่อนกันหน่อย เธอก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยกล้าไปไหนมาไหนคนเดียว” น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานเอ่ยไปพลางใช้มือเรียวๆ เขย่าแขนเพื่อนไปด้วย

คนถูกเขย่าดึงแขนออกพลางหัวเราะไปด้วย เธอยกมือขึ้นเสยปอยผมด้านหน้าไปให้พ้นจากใบหน้ารูปไข่ โดยมากเธอมักจะรวบผมไว้ที่ท้ายทอยเพราะอากาศร้อน แต่ก็ยังรักจะไว้ผมยาวเกือบถึงกลางหลังอยู่ดี

“น้อยไปสิ เธอน่ะขาลุยถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสานะ ยังไงๆ ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอกย่ะ” เจ้าของนาม ‘หนูดี’ ยกมือขาวๆ ขึ้นมาแกะมือเพื่อนออกจากแขนตัวเองเริ่มกลัวจะตัวเองจะทนไม่ไหวอีกตามเคย

“โธ่ หนูดี ไปด้วยกันหน่อยไม่ได้รึไง ฉันอุตส่าห์หวังดี แนะนำสิ่งดีๆ ให้เพื่อนเชียวนะ” เสียงคุยโวกึ่งจะทับถมทวงบุญคุณดังกังวาน คนฟังถึงกับต้องขึ้นเสียงโต้

“พอเลยๆ สิ่งดีๆ อะไรของเธอหา ต้องเสียเงินเพิ่มอีกเดือนละตั้งหลายพัน ไม่เอาด้วยหรอก ทุกวันนี้เงินเดือนก็แทบไม่พอใช้อยู่แล้ว”

“จะไปพอใช้ได้ยังไงในเมื่อเธอเล่นใช้ส่วนเดียวเก็บสามส่วนน่ะหา ยัยหนูดี ใคร๊... ที่ไหนสั่งสอนกันหึ มีอย่างที่ไหน เป็นผู้บริหารแต่เงินเดือนไม่พอใช้” เพื่อชักมือกลับมาท้าวช่วงเอวแทนมิหนำซ้ำยังยกอีกมือหนึ่งขึ้นชี้หน้า ‘หนูดี’ เพื่อประกอบการสั่งสอนเสียนี่

“ฉันถามจริงเถอะ ตอนแกอยู่อังกฤษมันอดอยากมากนักรึไง ตั้งแต่กลับมานี่ เงินแม้แต่บาทเดียวก็ไม่ให้กระเด็นเลยนะ ไอ้ฉันละเคยได้ยินแต่ใช้สามส่วน เก็บหนึ่งส่วน แต่แกนี่เล่นเก็บเรียบไม่ค่อยยอมใช้จ่ายอะไรเลย ไม่อึดอัดบ้างรึไงยะ”

พอต่อว่าได้สมใจ คนชี้นิ้วก็ทิ้งมือลงข้างกายดังเก่า ยังดีที่เลี่ยงคำบาดหูของเพื่อนไปได้ ไม่เช่นนั้นคนเอาแต่เก็บเงินไม่ยอมใช้คงได้เลือดขึ้นหน้ามากกว่านี้

“เออ ก็ยังดีที่เธอไม่ด่าว่าฉันงก ไม่งั้นนะ…” เสียงคนงกขาดหายไปในลำคอ ก่อนจะวกกลับมาเรื่องเดิม “ฉันก็ใช้ของฉันอย่างนี้ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย สบายดีเสียอีก ไม่มีหนี้กวนตัว สิ้นเดือนมาก็มีเงินเหลือใช้ไม่ต้องเที่ยววิ่งเอาเงินไปโป๊ะหนี้บัตรเครดิตเหมือนใครบางคน ฮิๆ...”

หล่อนหัวเราะคิกปิดท้าย ใจจริงไม่คิดอยากจะเอาความเดือดร้อนของเพื่อนมาเป็นเรื่องตลกเสียหรอก แต่ในเมื่อเจ้าตัวเองยังไม่เดือดร้อน คอยหัวเราะทับถมกันไม่เลิกเธอก็ทำให้มันเป็นมุขไปเสียเลย

ทุกช่วงกลางเดือนค่อนไปถึงปลายเดือน เพื่อนรักเธอต้องหมุนเงินจากทางโน้นมาไว้ทางนี้ ไปจ่ายทางนั้นให้วุ่นไปหมด บางทีก็ถึงกับกันส่วนของรายได้ในอนาคตมาจ่ายหนี้บางอย่างไปก่อน ตอนแรกเธอค่อนข้างตกใจอยู่บ้าง ตามประสาคนหวาดกลัวการเป็นหนี้ แต่พอผ่านไปนานๆ ชักจะชินมากกว่า

ก็ผ่านมาตั้งกี่ปีเข้าไปแล้ว เธอก็ยังไม่เคยเห็นเจ้าหนี้มาตามล้างตามเช็ดเพื่อนเธอสักหน แสดงว่าการหมุนเงินอย่างเป็นระบบย่อมมีข้อดีของมัน แต่สำหรับเธอแล้วขอใช้คติความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐจะดีที่สุด

‘ใครบางคน’ ชักตาขวางรีบโต้ทันควัน “อ๋อ... ย่ะ ใช่สิ ไม่มีหนี้กวนตัว แล้วก็ไม่มีผะ... เอ่อ ไม่มีผู้ชายกวนใจด้วยใช่ไหมยะ หน้าตาแกไม่รับแขกซะขนาดนี้ใครที่ไหนจะมาสนใจ ฮ่าๆ”

ว่าแล้วคนพูดก็หัวเราะเสียงเอง ปล่อยให้คนไม่มีหนี้ทำหน้างอใส่

“ตกลงเธอมาชวนฉันไปเป็นเพื่อนหรือจะมาซ้ำเติมกันยะ ยัยแบม”

“โธ่ก็ชวนน่ะสิเพื่อน นะไปกับฉันเถอะ ใจคอเธอจะให้ผู้หญิงบอบบางๆ อย่างบราลีคนนี้เดินเข้าสปอร์ตคลับคนเดียวได้ลงคอเหรอเพื่อนใจร้ายจริง”

“บ้า อย่างเธอนี่นะบอบบาง” คนใจร้ายรีบโต้ ส่งสายตาเอือมระอาให้เพื่อน แต่บราลีหรือแบมไม่มีสลด

บราลีมีรูปร่างค่อนไปทางอวบเล็กน้อย แต่ด้วยความที่โครงสร้างกระดูกค่อนข้างใหญ่ อีกทั้งบุคลิกเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจึงยากนักที่จะจัดว่าเธอเป็นสาวประเภทบอบบาง

“เออก็ได้ๆ ยอมรับอยู่หรอกว่าหุ่นบอบบาง แต่นิสัยน่ะไม่ใช่แน่ๆ” เธอประชดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
“นี่หนูดี มันจะเป็นอะไรนักหนาหา แค่ชวนไปสปอร์ตคลับแค่นี้ ชวนไปออกกำลังกายนะยะ ไม่ได้ชวนไปเที่ยวกลางคืนซักหน่อยคุณหญิงแม่เธอไม่ว่าหรอก”

“ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” หนูดีแก้ตัวอุบอิบ บราลีเคยเจอมารดาเธอมาแล้วหลายครั้งแม้จะพยายามนอบน้อมเพียงใด ก็ยังถูกตำหนิว่าก๋ากั่นเช่นเดิมจนบราลีทนไม่ไหว เริ่มเรียกแม่ของเพื่อนสนิทว่าคุณหญิงแม่เสียตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน จนมาเมื่อปีที่แล้วคุณนายผกากรองมารดาของเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นคุณหญิงขึ้นมาจริงๆ บราลียิ่งย้ำใหญ่ว่าเธอมองการณ์ไกล
“แล้วถามจริงเถอะ เธอนึกอะไรขึ้นมาถึงอยากไปสปอร์ตคลับหา อยู่ดีไม่ว่าดีไปเสียตังค์ให้เรื่องไม่จำเป็น”

ท้ายประโยคน้ำเสียงออกไปทางบ่นพึมมาดไม่ต่างจากคุณหญิงแม่เท่าไหร่ เพื่อนซี้เลยได้แต่ยิ้มหัวไปพลางอ้าปากอธิบาย

“ไม่จำเป็นอะไรกันหนูลี ไปออกกำลังดีออก แล้วนี่เธอดูสิว่าฉันเริ่มอืดขนาดไหนแล้ว”

ว่าแล้วคนอืดก็ยกแขนให้เชยชมเป็นขวัญตา

“นี่ดูสิ ท้องแขนเริ่มจะมีเนื้อหนังมากเกินไปละ แถมเมื่อวานนะ ฉันรับไม่ได้จริงๆ เลยหนูดี”

“อะไรของเธออีกล่ะ” หนูดีเอ่ยปากถามไปตามเรื่อง แต่ในใจยังอดสงสัยไม่ได้ แขนเรียวๆ ของเพื่อนก็ดูจะพอเหมาะพอเจาะดีอยู่แล้ว ไม่เห็นมีส่วนใดเรียกได้ว่าอืดสักที่

“ก็เมื่อวานเงินเดือนออก”

“แล้วไง เงินเดือนฉันก็ออกเหมือนกัน ไม่เห็นจะเป็นยังไงเลย เอ... หรือว่ามาม่าขึ้นราคาอีกแล้ว นี่ละน้าเศรษฐกิจไม่ดี ไม่รู้เมื่อไหร่รัฐบาลถึงจะ...”

เพื่อนยังบ่นไม่ทันเสร็จบราลีก็รีบยกมือห้าม

“พอเลยเธอ ฉันยังไม่อยากฟังเลคเชอร์ตอนนี้” หญิงสาวทำหน้าเซ็งโลกประกอบ คนพูดเลยยอมหยุดไว้ก่อน “เมื่อวานแวะไปช้อปปิ้ง เธอก็รู้ใช่ไหมวันศุกร์สิ้นเดือนห้างไหนห้างนั้นมีลดกระหน่ำหั่นแหลกแจกสะบัดด้วยกันทั้งนั้น”

“แล้วเค้าก็เลยแจกคูปองส่วนลดสปอร์ตคลับมา?” คนฟังลองทาย

“เปล่า”

“งั้นก็คูปองใช้ทดลองบริการฟรีเอ้า”

“ไม่ใช่อีกนั่นแหละ เธอนี่คิดอะไรมีแต่ของฟรี ของแถมทั้งนั้นเลยนะ”

“อ้าว... สปอร์ตคลับน่ะแพงจะตายไป อยู่ดีๆ จะไปเสียงเงินให้มันทำไม”

“ก็เพราะว่ามันไม่ได้อยู่ดีๆ น่ะสิ นี่ตกลงจะฟังไหม พูดขัดคอเสียจริง”

คนขัดคอได้แต่พยักหน้ารับ เพื่อนอุตส่าห์ขับรถมาหาถึงบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ พอมาถึงแล้วพบว่าคุณหญิงแม่ไม่อยู่บ้านบราลีก็หน้าตาเบิกบานรีบเอ่ยปากชวนเข้าธุระตนเองทันที

“เมื่อวานตั้งใจจะไปซื้อกางเกงผ้าซาตินสีขาวทรงกระบอกเข้ารูป โหย... สวยสุดๆ เลยเธอ แถมยังลดราคาด้วย แต่พอเข้าไปลองเท่านั้นแหละเป็นยังไงรู้ไหม”

คนฟังได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก คำว่าลดราคาของบราลีคงลดไม่เท่าไหร่หรอก ลดแล้วก็เหมือนไม่ได้ลดเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย

“ใส่ไม่ได้”

“ยิ่งกว่าใส่ไม่ได้อีกหนูดี”

“อะไรของเธอ”

“ฉันใส่ได้ แต่ไม่ได้ซื้อมา”

“อ้าว ทำไมล่ะ ชอบไม่ใช่เหรอ หรือว่ามันแพงไป”

“เปล่า ราคาถูกเหมือนได้เปล่า ตอนแรกฉันว่าจะซื้อสัก 3 ตัวเลย 3 สี แต่นี่ฉันดันใส่ไซด์แอลไม่ได้ ต้องเลื่อนมาใส่ XL” บราลีพูดด้วยเสียงสยองขวัญ

“แล้วทำไมไซด์ใหญ่คิดราคาเพิ่มเหรอ”

“บ้าเหรอหนูดี มันทำให้ฉันรู้ตัวต่างหากล่ะ ฉันอ้วนขึ้นน่ะ เธอคิดดูสิไซด์ XL แค่คิดก็สยองแล้ว รอบเอวฉันขึ้นอีกรึเปล่าก็ไม่รู้ไม่กล้าวัด ตอนนั้นฉันเลยเผ่นกลับบ้าน มันน่ากลัวมากเลยกางเกงไซด์ใหญ่พิเศษ คนอย่างบราลีไม่เคยใส่ ปกติใส่แต่ไซด์เอ็มเสียด้วยซ้ำไป”

คนฟังได้แต่นิ่วหน้า ไม่อยากเอ่ยค้านถึงความเป็นจริง บราลีใส่เสื้อผ้าไซด์ M ก็จริง แต่หากวัดขนาดกันจริงๆ แล้วควรจะเป็น L
มากกว่า

หล่อนอยากอ้าปากหัวเราะเสียตรงนั้นแต่พอมองใบหน้าเป็นทุกข์เหลือประมาณของเพื่อนแล้วก็ทำไม่ลง
“เธอคิดมากเกินไปรึเปล่า”

“ไม่มากหรอก คิดน้อยไปด้วยซ้ำถึงได้มารู้ตัวเอาตอนนี้”

“ไม่มั้ง ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะอ้วนตรงไหนเลย”
“ไม่ต้องรอให้รู้ตัวหรอก ไม่รู้หละ ยังไงๆ ฉันก็จะไปสมัครสมาชิกสปอร์ตคลับ และเธอต้องไปเป็นกับฉันด้วยหนูดีเพื่อนเลิฟ”

เพื่อนรักได้ยกมือเกาหัวแกรกๆ เอากะเพื่อนสิ พูดไปพูดมาวกมาชวนเธอเสียเงินโดยใช่เหตุเสียอย่างนั้น

“แต่ว่า... ฉันได้ยินมาว่าค่าสมัครเค้าคิดเป็นรายปีไม่ใช่เหรอ แพงตายเลย”
“ไม่แพง ฉันโทรไปถามมาแล้วเมื่อเช้านี้เอง”

“หา...”
“จริงๆ” เพื่อนยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เธอไหมว่าเราโชคดีมากเลยนะ ช่วงนี้เค้าจัดโปรโมชั่นเลยเปิดรับสมาชิกเพิ่มด้วย
อัตราค่าบริการถูกเป็นพิเศษ ถ้าไม่แน่ใจก็ลองใช้บริการเป็นรายครั้งก่อนก็ยังได้ แต่ถ้าจะสมัครสมาชิกก็มีให้เลือกทั้งแบบรายเดือนรายปี ไปจนถึงแบบถาวรเลยนะหนูดี”
paikaew
คณะกรรมการบริหาร
 
Posts: 29
Joined: Sat Dec 01, 2007 1:17 pm

Postby paikaew on Wed Feb 11, 2009 11:31 am

คำโฆษณาของเพื่อนไม่ได้ทำให้หนูดีรู้สึกถึงความ ‘โชคดี’ นั้นเลยแม้แต่น้อย
“แต่ฉันว่าหุ่นอย่างเธอ แค่ออกกำลังกายเองที่บ้านเป็นประจำเท่านี้ก็พอแล้วมั้ง”

“ไม่พอแน่ๆ ย่ะหนูดี ยังไงๆ ฉันก็ไม่ยอมเป็นสาวไซด์ใหญ่พิเศษเด็ดขาด ดูสิ ขนาดใส่ไซด์เอ็มยังหาแฟนไม่ได้เลย แล้วถ้าเป็น XL จะมีใครจะหลงกลกันละทีนี้”

“คิดมากไปแล้วแบม ฉันก็รูปร่างพอๆ กับเธอ แถมฉันยังใส่ไซด์แอลมาตั้งนานแล้วไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไรเลย”

“ไม่ได้นะ” บราลียืนกรานเสียงแข็ง “ฉันว่าถึงเวลาแล้วล่ะที่เราสองคนจะปรับปรุงตัวเอง จะได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเหมือนคนอื่นเค้าเสียที”

เสียงเพื่อนประกาศกร้าวราวกับเอ่ยคำสัตย์สาบาน แต่คนฟังกลับยิ้มขัน บราลีก็เป็นอย่างนี้เสียทุกที คิดมากเกินขนาดไม่มีใครเกิน

“แล้วนี่โอกาสทองเลยนะหนูดี สมัครสมาชิกใหม่ตอนนี้มีบริการครูฝึกฟรี 3 ครั้งด้วย”

“ทำอย่างกับคุ้มนักนี่ ค่าสมาชิกแพงจะตายไป”

“ไม่แพงย่ะ เมื่อเทียบกับผลที่ได้รับ” บราลียืนยันคำเดิมเต็มที่ ไม่ยอมให้เพื่อนเอ่ยปากค้าน

“ผลอะไรของเธอก็แค่ลดหุ่น ทำเองที่บ้านก็ได้”

“มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิหนูดี ฉันได้ยินมาว่าสปอร์ตคลับที่นี่มีแต่สมาชิกมีระดับทั้งนั้นเลย พวกลูกท่านหลานเธอ หรือไม่ก็พวกลูก
เศรษฐี โอ๊ย มีแต่ระดับบิ๊กๆ อย่าให้เซดเลยเธอเอ๊ย”

“นี่ตกลงเธอจะไปออกกำลังกายหรือไปบริหารเสน่ห์กันแน่แบม”

“ก็ทั้งสองอย่าง เค้าเรียกว่าเป็นกิจกรรมพิเศษระหว่างบริหารร่างกายย่ะ ลองคิดดูสิหนูดี ถ้าเราหมกตัวออกกำลังกายอยู่กับบ้านจะได้ผลดีอย่างนี้ไหมหรือว่าออกไปเที่ยวตามห้าง ตามร้านอาหาร จะได้ทำความรู้จักกับคนระดับนี้เหรอ”

“เธอนี่บ้าไปกันใหญ่แล้ว”

“ฉันรู้ว่าเธอไม่สน แต่มันสำคัญสำหรับฉันนะหนูดี ไปเป็นเพื่อนกันหน่อยไม่ได้หรอหนูดี”

“ไม่ดีกว่า ฉันทำงานเหนื่อยมากพอแล้ว”

คำเอ่ยปฏิเสธเรียบๆ ไม่ได้ทำให้บราลีเปลี่ยนใจได้เลย ตรงกันข้าม เธอตั้งใจมารับฟังคำค้านของเพื่อนไว้ตั้งแต่ต้นแล้วด้วยซ้ำ

ก็สาวงกชนิดทะเลยอมศิโรราบอย่างหนูดีน่ะ มีหรือจะยอมเสียเงินไปสปอร์ตคลับง่ายๆ

“ไม่ไปด้วยกันจริงๆ เหรอ” บราลีถามเสียงอ่อย ตีหน้าสลดใส่

“ก็อยากไป”

“แต่..” เพื่อนพูดต่อให้

“ใช่... แต่ฉันว่ามันเปลืองโดยใช่เหตุ”

บราลีอยากเอาหัวโขกโต๊ะรับแขกเสียให้รู้แล้วรู้รอด ซื้อหวยไม่ถูกสิน่า

“ให้มันน้อยๆ หน่อยคุณหนูอมราวดี บ้านเธอก็รวยขนาดนี้อย่ามาทำงกไม่เข้าเรื่อง เงินเดือนเธอก็ใช่น้อย ฉันถามจริงเถอะ ใจคอ
จะทำมาหาเก็บไม่ยอมให้เงินกระเด็นไปไหนเลยรึไงหนูดี”

พอไดยินคำบาดหูเท่านั้นแหละ คนฟังแทบจะลุกขึ้นไปบีบคอเพื่อน ตกลงว่ามาชวนหรือมาหาเรื่องด่ากันแน่

“ก็บอกแล้วว่าอยากไป”

“แต่ไม่อยากเสียตังค์”

“ทำนองนั้น”

คนงกยอมรับง่ายๆ คนชวนเลยถึงกับอึ้งเสียเอง

“จริงๆ เลยน้า... หนูดี เอาเถอะๆ ยังไงมันก็เป็น ‘ความอยาก’ ของฉันเอง งั้นฉันไปเองก็ได้”

พอได้ยินคำยินยอมจากเพื่อนคนงกก็เริ่มยิ้มออก แต่พอได้ยินคำพูดถัดไปเท่านั้นแหละ รอยยิ้มเลือนหายไปทันที

“แต่เธอต้องไปสมัครเป็นเพื่อนฉันหนูดี ยังไงฉันก็ไม่เดินเข้าสถานที่แบบนั้นคนเดียวเด็ดขาด”

“สถานที่แบบนั้นอะไรของเธอ”

“อ้าว...” เพื่อนลากสาวยาวเหยียดก่อนเฉลย “ก็ที่ที่เต็มไปด้วยผู้ชายหล่อล่ำไงยะ”

ว่าแล้วคนพูดก็หัวเราะชอบใจเสียเอง ส่วนคนถามได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาหน่อยๆ

“บ้าผู้ชายไม่เลิก”

“ไม่เลิกง่ายๆ หรอกจนกว่าจะมีเป็นตัวเป็นตน” บราลียอมรับหน้าตาเฉย “ไปเลย ขึ้นไปแต่งตัวเดี๋ยวนี้ ไปสมัครสปอร์ตคลับกับฉัน
บ่ายนี้เลย”

“เฮ้ย... ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้มั้ง”

“ไม่ด้าย.... ฉันไม่ยอมใส่กางเกงไซด์ใหญ่พิเศษเด็ดขาด ลุกขึ้นไปแต่งตัวเดี๋ยวนี้นะหนูดี”


ร่วมสองชั่วโมงถัดมาทั้งคู่ก็ฝ่าการจราจรติดขัดมาถึงแกรนด์เกรซสปอร์ตคลับซึ่งตั้งอยู่ย่านชายเมืองกรุงเทพฯ วัดจากการตกแต่งภายในตั้งแต่ประตูทางเข้ามาจนถึงห้องบริการสมาชิกแล้ว ค่าสมาชิกน่าจะสูงกว่าที่บราลีคุยโวไว้เป็นแน่

ทางเดินปูพรมแดง ตกแต่งสองข้างทางด้วยตุ๊กตาดินเผารูปสัตว์ในวรรณคดีไทย สุดปลายทางเดินยังมีน้ำตกเล็กๆ ช่วยสร้างบรรยากาศชวนผ่อนคลายอยู่ข้างเคาท์เตอร์ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร พนักงานที่นี่นอกจากพนักงานรับสมัครซึ่งต้องจัดการด้านงานเอกสารแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีความเชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายมากเป็นพิเศษ

อมราวดีเดินตามเพื่อนต้อยๆ มองคนโน้นทีคนนี้ทีแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แวดล้อมไปด้วยหนุ่มๆ ทั้งหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่อย่างนี้ไงเล่า บราลีถึงอยากจะมาเป็นสมาชิกที่นี่นัก

หากว่ากันตามตรงบราลีเป็นผู้หญิงที่จัดว่าหน้าตาดีคนหนึ่งเลยทีเดียว จึงไม่แปลกนักที่จะมีชายหนุ่มมารุมล้อมอยู่บ่อยๆ แต่ท้ายที่ก็ยังไม่เคยตกลงปลงใจคบหาใครเป็นตัวเป็นตนสักที เพราะมัวแต่ยึดมั่นถือมั่นอยู่คติเดียว...

“ถ้าไม่รวยมากพอ อย่าคิดนะว่าฉันจะชายตาแล”

บราลีเคยประกาศให้เพื่อนฝูงฟังกันถ้วนกันหน้า หลายคนอาจจะมองว่าเป็นคนเห็นแก่เงินหรืออะไรก็ตามที แต่อมราวดีไม่เคยสนใจ เพราะเธอรู้ดีชีวิตเด็กกำพร้าอย่างบราลีต้องดิ้นรนต่อสู้มากมายเพียงใดกว่าจะยืนหยัดได้อย่างเช่นทุกวันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจ หากเพื่อนจะขอเลือกผู้ชายจากจำนวนรายได้ประจำปีของเขาแทนที่จะเป็นเหตุผลอื่นที่ทำให้คนเราตัดสินใจอยู่ด้วยกัน

“คุณพี่อีกคนไม่สนใจสมัครใช้บริการด้วยกันหรือคะ จะได้มาออกำลังกายเป็นเพื่อนกัน” เจ้าหน้าที่รับสมัครส่งเสียงถามอมราวดีหวานจ๋อย ยิ้มแย้มเอาใจ แต่ต่อให้ประจบอย่างไรหญิงสาวก็ไม่หลงกลยอมเสียเงินโดยไม่จำเป็นง่ายๆ หรอก

“ยังก่อนดีกว่าค่ะ ไม่ค่อยว่าง” อมราวดีปฏิเสธอย่างสุภาพและต้องยืนยันถึงสามครั้งด้วยกันกว่าที่พนักงานสาวคนเดิมจะยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง แต่ยังไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจที่จะหาลูกค้าไปง่ายๆ

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ลองเข้าใช้บริการดีไหมคะคุณพี่”

“ไม่ดีกว่าค่ะ”

หญิงสาวปฏิเสธไว้ก่อน รู้ดีว่าค่าบริการรายวันนั้นเมื่อเทียบสัดส่วนแล้วย่อมสูงกว่ารายเดือนหลายเท่าตัว

“ก็ดีเหมือนกันนะหนูดี เธอจะได้อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนไง” บราลีรีบเอ่ยแทรก เห็นด้วยขึ้นมาอีกคน

เพื่อนยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อ พนักงานสาวคนเดิมก็รีบคว้าโอกาส

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณพี่ช่วยลงทะเบียนด้วยนะคะ สำหรับทดลองใช้บริการฟรีหนึ่งวัน”

“ฟรีหรือคะ” หล่อนถามย้ำเหมือนไม่แน่ใจ ถือคติอะไรที่ขึ้นต้นด้วยคำว่าฟรีมักมีเบื้องหลังเสมอ ทางที่ดีต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน

“คะ ทดลองใช้บริการได้ฟรีหนึ่งวันเลยค่ะ ไว้ถ้าคุณพี่พึงพอใจอยากจะใช้บริการกับเราต่อ ดิฉันก็มีข้อเสนอพิเศษให้ด้วย”
อมราวดีกำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่ได้ยินเสียงสวรรค์ย้ำคำว่า ‘ฟรี’ หล่อนก็เปลี่ยนใจเดินตรงเข้าไปหยิบปากกาขึ้นกรอกรายละเอียดในใบลงทันเบียนทันทีท่ามกลางสีหน้ากลั้วยิ้มของบราลี

ใครจะเชื่อ ลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณหญิงผกากรองจะตระหนี่ได้ใจถึงเพียงนี้


หลังจากลงทะเบียนซึ่งใช้เวลากรอกเอกสารไม่ถึงสิบห้านาที ทั้งคู่ก็เดินตามพนักงานรับสมัครเข้ามาภายในสปอร์ตคลับ เริ่มต้นด้วยการเดินแนะนำสถานที่ในส่วนต่างๆ ทั้งส่วนของห้องออกกำลังกาย ห้องอบซาวน่า เลยไปจนถึงสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส สควอช แบดมินตัน และที่ไม่น่าเชื่อก็คือสนามซ้อมขี่ม้าขนาดย่อมๆ รวมอยู่ด้วย มันเยอะ กว้างใหญ่ และหรูหราจนแม้แต่คนประหยัดเป็นชีวิตจิตใจเริ่มเข้าใจว่าทำไมค่าบริการรายเดือนถึงได้สูงลิบขนาดนั้น

แต่ก็แค่เข้าใจนั่นแหละ ไม่ได้ทำให้เธอเปลี่ยนใจมาสมัครสมาชิกเลยแม้แต่น้อย!!

“ส่วนห้องนี้เราจะมีกิจกรรมให้ทำเป็นคลาสแตกต่างกันไปในแต่ละวันค่ะ มีทั้งแอโรบิค โยคะ มวยไทย...”

อมราวดีฟังบ้างไม่ฟังบ้าง กิจกรรมแต่ละอย่างดูจะไม่เหมาะกับหล่อนเลยสักนิด

ปกติต้องไปทำงานตอนเช้ากว่าจะกลับถึงบ้านก็หัวค่ำ หมดแรงกลับมาหัวถึงหมอนก็เป็นอันว่าหลับ ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์อย่างมากก็นัดพบเพื่อนฝูงไปห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็ติดตามมารดาไปงานสังคมบ้างนานๆ ครั้ง แล้วหล่อนจะเอาเวลาที่ไหนไปใช้กับกิจกรรมพิเศษราคาแพงลิบเหล่านี้

จะว่าหล่อนหาข้ออ้างให้ตัวเองไม่ต้องเหนื่อยกับการออกกำลังกายก็คงไม่ผิดนัก แต่คนเราทำงานเหนื่อยมาทั้งวันตลอดสัปดาห์ แล้วจะให้เอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาเสียเหงื่อนักหนากันเล่า

มาถึงตอนนี้เธอยังไม่เข้าใจว่าบราลีคิดอะไรอยู่ ถึงกระตือรือร้นอยากมาสปอร์ตคลับนัก ทั้งที่มันไม่มีอะไรเลยนอกจากความสิ้นเปลือง...


“เป็นไงหนูดี ที่นี่เริ่ดเนอะ มีทุกอย่างเลย” บราลีเอ่ยถามหลังจากที่พนักงานรับสมัครพาทัวร์ส่วนต่างๆ ของสปอร์ตคลับเป็นที่เรียบร้อย ทั้งคู่เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอกกำลังกายซึ่งประกอบด้วยเสื้อยืดตัวใหญ่ ชายเสื้อยาวปิดสะโพกลงมากว่าฝ่ามือกับกางเกงรัดรูปขายาวเหนือเข่าเล็กน้อย

บราลีรอบคอบกว่าที่คิด ติดกางเกงออกกำลังกายมาด้วยถึงสองตัวให้เพื่อนเปลี่ยน ส่วนตัวเสื้อก็ยังอุตส่าห์มีมาเผื่อแถมด้วยรองเท้าผ้าใบอีกต่างหาก

“ก็ดี” อมราวดีตอบสั้นที่สุด ยังไม่เข้าใจว่าเพื่อนคิดอะไรอยู่

รูปร่างของทั้งคู่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน อมราวดีสวมไซด์ใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถใช้เสื้อผ้าขนาดเดียวกันได้ไม่ยาก แต่ถึงกระนั้นบราลีก็ยังกังวลในรูปร่างตนเองอยู่ดี

“ไม่คิดจะเปลี่ยนใจมาออกกำลังกายบ้างรึไงยะ”

“ไม่หรอกแบม อย่ามาเซ้าซี้เสียให้ยาก ฉันจะมาเป็นเพื่อนเธอแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นเข้าใจไหม”
paikaew
คณะกรรมการบริหาร
 
Posts: 29
Joined: Sat Dec 01, 2007 1:17 pm

Postby tulakom on Mon Feb 16, 2009 6:11 pm

น่าติดตามจัง
tulakom
 
Posts: 2
Joined: Thu Dec 25, 2008 8:26 pm


Return to นับหนึ่งถึงหัวใจ

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron